Tuesday, December 15, 2009

โรงพยาบาล RVI & Antenatal in England

Photobucket Photobucket Photobucket Photobucket


สวัสดีจ้า ^_^

ตอนนี้มาฮอลิเดย์ที่สก็อตแลนด์แล้วค่ะ อากาศที่นี่หนาวกว่าที่อังกฤษ
แถมช่วงฤดูหนาวมืดเร็วขึ้นด้วย 4 โมงเย็นก็มืดมากแล้ว ระหว่างทางเห็นไฟ
ประดับ Xmas ตามทาง สวยดี

เปิ้ลสบายดีค่ะ ตอนนี้ไม่มีอาการแพ้แล้ว (ไม่เหม็นอาหาร กินได้ ทำอาหารเองได้)
แต่จะมีอาการปวดหลังเป็นบางครั้ง ตอนออกกำลังกายก็จะไม่ให้หนักเกินไป
ตอนเดือนแรกๆ ง่วงมาก นั่งก็คอยจะหลับ แต่ตอนนี้ปรับตัวได้แล้ว
แต่ก็ชอบนอนอยู่ดี 55

เสื้อผ้าก็เริ่มต้องเปลี่ยนไซส์แล้ว เพราะมันปริ้นเห็นพุง ^_^
ยังคิดอยู่เลยว่าตัวเองจะต้องใส่ชุดคลุมท้อง (แบบเป็นชุดกระโปรง) รึเปล่า
เพราะคนท้องที่นี่ไม่เห็นใส่ชุดคลุมท้องกันอ่ะ (กลัวหลง)


Photobucket


จะมาเล่าประสบการณ์ตั้งครรภ์อย่างเดียว เดี๋ยวสาวๆ จะเบื่ออ่านซะก่อน
วันนี้เอารูปโรงพยาบาลในนิวคาสเซิลมาให้ดูด้วย แล้วก็ข้อมูลบางส่วนที่คิดว่าจะแตกต่าง
จากเมืองไทย จะได้เป็นอีกมุมมองหนึ่ง เกี่ยวกับ การตั้งครรภ์ในอังกฤษ ค่ะ



โรงพยาบาล Royal Victoria (RVI)

Photobucket


โรงพยาบาลตั้งอยู่ใจกลางเมืองนิวคาสเซิล อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล
(ดูขลังดี บรรยากาศน่าเรียนด้วยนะ) อยู่ใกล้กับ สนามฟุตบอลสโมสรนิวคาสเซิล
อย่างนี้แล้วถือว่าเป็นโซนที่สำคัญของเมืองทีเดียว


Photobucket Photobucket


สถาปัตยกรรมของเมืองโซนนี้ ดูแล้วเหมือนเป็นยุคเก่าๆ
อาคารจะเป็นสีอิฐ มีความเป็นเอกลักษณ์ เห็นด้านนอกดูเป็นสมัยเก่า
แต่ด้านในทันสมัยมาก

แต่ละแผนกจะแบ่งแยกกันออกไปแต่ละ Wing เพราะสถานที่กว้าง
สำหรับ Maternity จะอยู่ Leazes Wing
ตรงข้ามจะเป็นสวนสาธารณะ Leazes Park


Photobucket Photobucket

Photobucket


Photobucket Photobucket Photobucket Photobucket


Ante-natal

หลังจากที่ประจำเดือนขาดหายไปได้เกือบ 2 สัปดาห์ เราก็ยังไม่คิดที่จะตรวจ
เนื่องจากเดือนก่อน ประจำเดือนมาช้า ก็นึกว่าเดือนนี้ก็คงเหมือนกัน
แต่ผ่าน 2 สัปดาห์ ไปได้ไม่กี่วัน เราก็เริ่มมีอาการโอกอ๊ากตอนเช้า (Morning sickness)

หลังจากทดสอบ รู้ผล ก็ได้ไปฝากครรภ์กับคุณหมอ ที่ Surgery ที่ไปตรวจ
Pre-Pregnancy (ตรวจเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์ ทั้งเรา และสตีฟ)
คุณหมอสอบถามถึงวันที่ประจำเดือนมาครั้งสุดท้าย วันที่เท่าไหร่
เพื่อที่จะคำนวณคร่าวๆ ถืงอายุครรภ์ เมื่อทราบก็ทำให้เราต้องตกใจ เพราะคิดว่า
หลังจากประจำเดือน ขาดหายไป 2 สัปดาห์ อายุครรภ์ก็คือ 2 สัปดาห์ แต่ไม่ใช่ !!!
ส่วนใหญ่จะคำนวณอายุครรภ์จากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย ก่อนตั้งครรภ์
ซึ่งตอนนั้นอายุครรภ์ก็เกือบ 7 สัปดาห์แล้ว (นึกในใจ 7 สัปดาห์แล้วเหรอ !!!)


Midwife

เมื่อฝากครรภ์กับคุณหมอแล้ว คุณหมอก็ส่งต่อหน้าที่ให้กับ Midwife
(ผู้เชี่ยวชาญด้านผดุงครรภ์) โดยทันที
ที่อังกฤษ Midwife จะดูแลอย่างใกล้ชิด และเป็นคนที่เราต้องติดต่อด้วยตลอด
เป็นผู้ที่เชี่ยวชาญโดยตรง มีอะไรก็โทรโดยตรงหา Midwife เลย
เวลามีการตรวจพิเศษ ถึงจะไปพบผู้ชำนาญการแต่ละด้าน

เมื่อพบ Midwife ก็ได้ทำการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ
ให้คู่มือการปฏิบัติสำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์ พร้อมทั้งสิทธ์ต่างๆ ที่ได้รับ



สิทธิสำหรับคนท้องในอังกฤษ

การเข้ารับการตรวจทุกอย่างจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ พบหมอ พบ Midwife
ตรวจอัลตราซาวน์ ตรวจเลือด ปัสสาวะ
เราจะได้รับบัตรประจำตัว เวลาต้องการซื้อยาจาก Pharmacy
รวมถึงช่วงตั้งครรภ์จะต้องดูแลเรื่องการทำฟัน เราก็จะใช้บัตรนี้ยื่น ก็ไม่ต้อง
เสียค่าใช้จ่าย ถือสิทธ์ของคนท้อง (Maternity Exemption)


NHS Prescription Charge Certificate

Photobucket



Swine Flu Vaccination (วัคซีนไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่)

เมื่อชื่อเราเข้าไปอยู่ในบัญชีว่าที่คุณแม่แล้ว จากนั้นไม่กี่วัน ก็มีจดหมายจาก Surgery ส่งมา
เพื่อให้ไปฉีดวัคซีนป้องกันหวัดสายพันธุ์ใหม่ (Swine Flu) เนื่องจากคนท้องเป็นกลุ่มเสี่ยง
และมีผลกระทบต่อเด็กในครรภ์ได้ ต้องระวังมากกว่าคนปรกติ
ตอนนี้ก็ได้รับวัคซีนป้องกันเรียบร้อยแล้ว


นัดตรวจครั้งต่อไป

ต้นเดือนมกราคม มีนัดกับ Midwife (จะเจอเดือนละครั้ง)
ช่วงปลายมกราคม อายุครรภ์ประมาณ 20 สัปดาห์ มีนัดไปอัลตราซาวน์อีก
เป็น Routine Anomaly Scan เช็คพัฒนาการ ช่วงนี้แหละที่จะบอกเพศได้
แต่อย่างที่บอกไว้ จะบอกหมอว่าไม่ขอตรวจเพศ


เหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นสำหรับการตั้งครรภ์ในอังกฤษ อ้อ … แล้วจะต้องมีไปเข้าคลาส
Antenatal Class เพื่อเรียนรู้ และ พบปะว่าที่คุณแม่คนอื่นๆ เรียนรู้ไปพร้อมกัน
จะมีผู้เชี่ยวชาญมาคอยแนะนำเรื่องต่างๆ ว่าที่คุณพ่อก็เข้าคลาสด้วย


หลังจากนี้คงจะเป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับการท่องเที่ยว วันหยุด Xmas
ถ้ามีอะไรพิเศษเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ ก็จะมาเล่าให้ฟังอีกค่ะ
แต่การปฏิบัติตัว การดูแลครรภ์ หรืออื่นๆ แม่ๆ ผู้มีประสบกาณ์ก็ผ่านจุดนั้น
มากันแล้วเนาะ มีอะไรก็แนะนำว่าที่คุณแม่มือใหม่คนนี้ด้วยนะจ๊ะ ^_^


วันนี้แค่นี้ก่อนค่ะ ถ้าห่างหายไป หรือตอบเมลล์ช้าก็ขออภัยล่วงหน้านะจ๊ะ
แล้วเม้าท์กันต่อจ้า

ปล อยากกินมะม่วงน้ำปลาหวาน จริงๆ นะ !!!

Bye bye ^_^

Apple


Thursday, December 10, 2009

13w + 5d : ได้เวลาแจ้งข่าวดี

Photobucket Photobucket Photobucket Photobucket


สวัสดีค่ะ


อ่านจาก Title แล้ว ก็คงเกิดความสงสัยว่า เรื่องราวจะเกี่ยวกับอะไร
วันนี้ได้โอกาสเหมาะแล้วที่จะมาแจ้งข่าวดี ให้กับทุกๆ คนได้ทราบ
หลังจากที่ต้องปิดข่าว มาเป็นเวลานาน

“ I am having a baby!!! ” ^_^

เปิ้ลกำลังจะมีเบบี๋แล้วค่ะ อายุครรภ์ ณ วันพฤหัสบดี 13 สัปดาห์ กับอีก 5 วัน
ผ่านช่วงไตรมาสแรกแล้ว เนื่องจากตกลงกันกับสตีฟว่า จะยังไม่บอกข่าวกับใคร
หลังจากผ่าน 3 เดือนแรก ได้ไปตรวจอัลตราซาวด์ และ ทำ Screening test
(Down’s syndrome) เรียบร้อยก่อน เหมือนจะเป็นประเพณีของ
คนทางนี้ เพราะไตรมาสแรก มีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะ Miscarriage
ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ อีกอย่างเป็นท้องแรกด้วย

เมื่อไปอัลตราซาวด์เรียบร้อย ก็ได้โทรบอกพ่อกับแม่ที่เมืองไทย และพ่อกับแม่
ที่สก็อตแลนด์ จากนั้นทุกๆ คนก็กระจายข่าวให้ญาติๆ และคนที่รู้จักได้ทราบ
อย่างทันเหตุการณ์ ^_^ ทุกๆ คนดีใจกับข่าวดีนี้ พ่อกับแม่ก็รอคอยที่จะมีหลานมานาน

รวมถึงวันนี้ก็ได้มาแจ้งข่าวให้เพื่อนๆ ทราบ หลังจากที่ทุกคนช่วยกันอวยพรมาเกือบ
ตลอดทั้งปี ถามข่าวคราว และรอลุ้นไปกับเราด้วย ขอขอบคุณทุกคนค่ะ


Photobucket




1st Trimester Ultrasound @ Royal Victoria Infirmary (RVI), Newcastle

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คุณหมอนัดอัลตราซาวน์ครั้งแรก ที่โรงพยาบาล Royal Victoria
อยู่ในตัวเมืองนิวคาสเซิล การบริการดีมาก มีความเป็นกันเอง
และให้คำแนะนำละเอียด ค่ะ
(แล้วจะถ่ายรูปโรงพยาบาลมาให้ดู)


ภาพ scan ค่ะ


Photobucket

Photobucket


วันที่อัลตราซาวน์ สตีฟไปด้วย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ที่สามีจะต้องการเห็นภาพ scan ไปพร้อม
กับเรา ตอนเห็นภาพเคลื่อนไหวบนจอมอนิเตอร์ คุณหมอก็บรรยาย
ไปด้วย รู้สึกตื่นเต้น ดีใจ เห็นเค้าขยับตัว เห็นอวัยวะสำคัญๆ คุณหมอบอกว่าเด็กใน
ครรภ์สมบูรณ์ดี สตีฟนั่งข้างๆ เตียง ก็คอยกุมมือเราไปด้วย อบอุ่นดีจัง

(เข้าใจความรู้สึกของคุณแม่ทุกๆ คนเลยค่ะ ตอนนี้)


Photobucket


สมุด - หนังสือ คู่กาย


Photobucket Photobucket


Photobucket



Photobucket Photobucket Photobucket Photobucket



แล้วจะมาเล่าบรรยากาศ ความรู้สึกต่างๆ รวมถึงการดูแล ฝากครรภ์ ของอังกฤษในคราวต่อไปค่ะ

(สำหรับสาวๆ หวังว่าคงยังติดตามอ่านเรื่องราวจากอังกฤษ ต่อไปนะจ๊ะ ^_^)


หลังจากสุดสัปดาห์นี้ เปิ้ลและสตีฟก็จะเดินทางไปสก็อตแลนด์แล้ว สตีฟหยุด
Xmas ตั้งแต่วันที่ 14 แล้วจะกลับมาหลังปีใหม่ค่ะ ก็เป็นวันหยุดยาว อยู่กับ
ครอบครัว ท่องเที่ยว ฉลอง Xmas และปีใหม่กัน เหมือนทุกๆ ปี

ขอให้ทุกๆ คน มีความสุข สุขภาพแข็งแรง
และขออวยพรให้ทุกๆ คนที่วางแผนตั้งครรภ์ ได้สมดังปรารถนาเช่นกันค่ะ ^_^



Apple

Tuesday, December 08, 2009

13 weeks (อัลตราซาวน์ครั้งแรก)



Photobucket



ไตรมาสที่ 1



สัปดาห์ที่ 13


วันที่ 8 ธันวาคม 2009

วันตื่นเต้นอีกวันหนึ่งของการตั้งครรภ์ คือ วันที่ได้ไปตรวจอัลตราซาวน์ครั้งแรก ครั้งแรกที่จะได้เห็นลูกในครรภ์ ได้เห็นการพัฒนาการ ตื่นเต้น ก่อนหน้านั้นที่พบ Midwife เค้าก็บอกว่า เราจะต้องไปตรวจอัลตราซาวน์ที่โรงพยาบาล RVI ในเมืองนิวคาสเซิลด้วย ต้องติดต่ออยู่ 2 ที่ คือปกติพบ Midwife ที่ Surgery ใกล้บ้าน ตามนัด และอีกส่วนหนึ่ง ติดต่อกับโรงพยาบาล RVI (Royal Victoria Infirmary) ส่วนใหญ่จะไปตรวจอัลตราซาวน์

ก่อนถึงวันที่จะตรวจ ก็มีปัญหานิดหน่อย คือ Midwife บอกว่าจะส่งข้อมูลเราไปที่โรงพยาบาล RVI แล้วทางโรงพยาบาลจะติดต่อมาบอกว่า จะให้ไปตรวจอัลตราซาวน์วันไหน ซึ่งเราก็รอแล้วรออีก จนผ่าน 12 สัปดาห์ไปแล้ว (ปกติจะตรวจอัลตราซาวน์กันสัปดาห์นี้) ยังไม่ได้โทรศัพท์แจ้งให้ไปตรวจอีก เราก็เลยโทรไปหา Midwife บอกว่า ยังไม่ได้ไปตรวจอัลตราซาวน์เลย Midwife ก็แล้วตรวจสอบให้ ปรากฎว่าข้อมูลของเราที่ Midwife ส่งให้กับโรงพยาบาล RVI ขาดหายไป ทางโรงพยาบาลบอกว่าไม่มีข้อมูลเราอยู่ จากนั้น Midwife ก็เลยส่งข้อมูลไปให้ใหม่ พร้อมกับแจ้งวันที่จะให้ไปตรวจอัลตราซาวน์ ... เฮ้อ .. โล่งอก


Photobucket


วันนี้สตีฟไปด้วย ช่วงที่รอหน้าห้องก็จะเห็นคู่สามี ภรรยา ว่าที่คุณพ่อ คุณแม่ นั่งรออยู่ บางคนก็ตั้งครรภ์หลายเดือนแล้ว จะเห็นพุงใหญ่ๆ บางคนก็ยังมองไม่เห็น อย่างเช่นเราเป็นต้น ^_^

เมื่อเข้าไปในห้อง ห้องก็จะมืดหน่อย เจ้าหน้าที่ Scan บอกให้เรานอนที่เตียง สตีฟนั่งที่เก้าอี้ข้างๆ เตียง หลังจากตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ของเราแล้ว ก็เริ่มการ Scan เราก็มองที่จอมอนิเตอร์ไปพร้อมๆ กัน คุณหมอที่ตรวจอัลตราซาวน์ก็บรรยายไปเรื่อยๆ ว่าลูกของเราเป็นยังไง มีอวัยวะอะไรที่เห็นชัดเจนบ้างแล้ว ตรงนี้คือส่วนไหน เป็นยังไง ภาพที่เห็นชัดเจนมาก สตีฟและเราจับมือกัน ความรู้สึกคงไม่ต่างกัน ดีใจ ตื่นเต้น ก่อนหน้านั้น อ่านจากเอกสาร ว่าให้ทานน้ำไปเยอะๆ ก่อนตรวจอัลตราซาวน์ จะทำให้เห็นได้ชัด ซึ่งก็ชัดเจนจริงๆ ไม่เหมือนกับตอนที่ดูรูปอัลตราซาวน์ของคุณแม่ท่านอื่นๆ ที่เคยเห็นกัน

คุณหมอบอกว่า เด็กในครรภ์สมบูรณ์ดี ตอนนี้ อายุครรภ์ 13 สัปดาห์ กับอีก 3 วัน (มากกว่าที่คุณหมอที่ Surgery บอกครั้งแรกไป 3 วันแน่ะ แต่ก็ต้องตามผลการสแกนเป็นหลัก) และต้องตรวจดาวน์ซินโดรมด้วย เนื่องด้วยอายุของเรา และโอกาสต่างๆ ประกอบกัน เราก็หวังว่า ทุกอย่างจะไม่มีปัญหาอะไร


ก่อนกลับก็ได้รูปสแกนมา 2 รูป เห็นชัดเจนมาก

Photobucket





วันที่ 10 ธันวาคม 2009

ตอนแรกคิดว่า หลังจากตรวจอัลตราซาวน์แล้ว จะแจ้งข่าวการตั้งครรภ์ให้กับพ่อและแม่ที่เมืืองไทย และที่สก็อตแลนด์ รวมถึงญาติ และเพื่อนๆ ของทั้งเราและสตีฟ แต่ก็ติดตรงที่ว่า รอผลการตรวจดาวน์ซินโดรม ก็เลยยังไม่ได้บอกข่าวให้ใครทราบ

วันนี้ได้ทราบผลการตรวจโอกาสดาวน์ซินโดรมแล้ว ผลคือ โอกาสน้อย เสี่ยงน้อย ซึ่งถือว่าดี ทางโรงพยาบาลให้เอกสารผลการตรวจมาให้ด้วย

เมื่อทราบผลก็ไม่ค่อยกังวลแล้ว และพร้อมที่จะแจ้งข่าวให้กับทุกๆ คน ได้ทราบ พ่อกับแม่คงดีใจกับข่าวดีมากเลย ^_^




Apple




Wednesday, December 02, 2009

10-12 weeks (พบ Midwife ตรวจเลือด ฉีดวัคซีน)



Photobucket Photobucket Photobucket Photobucket


ไตรมาสที่ 1




สัปดาห์ที่ 10

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2009

วันนี้มีนัดกับ Midwife ซึ่งตามความรู้สึกแล้ว คิดว่าช้ามาก กว่าจะได้พบ Midwife ตอนนี้ก็ผ่านมา 10 สัปดาห์แล้ว จะช้าไปมั๊ยเนี่ย เมื่อพบ Midwife ก็ถามเค้า เค้าก็บอกว่าไม่ช้าหรอก โดยทั่วไปก็จะอยู่ในช่วงนี้ บางคนทราบว่าท้อง แต่ก็ยังไม่ได้มาฝากครรภ์ก็มี Midwife ที่ตรวจและดูแลเราน่ารักมาก ยิ้มแย้ม พูดคุยและให้คำแนะนำเป็นอย่างดี ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย ไม่มีความกังวล

ทำการวัดน้ำหนักช่วงเริ่มต้น

อยู่ที่ 56 กิโลกรัม ค่า BMI = 23.3
(น้ำหนักปกติ ค่า BMI จะอยู่ระหว่าง 20-25)


ทำการตรวจเลือด (ผลคือ ค่าฮีโมโกลบิน สูงขึ้นมา เป็นผลจากการทาน Iron และอาหารที่เพิ่ม Iron นั่นเอง) และไม่มีโรคใดๆ

ตรวจปัสสาวะ โดยจะตรวจระดับโปรตีนในปัสสาวะ จะมีแผ่นกระดาษจุ่มกับปัสสาวะ แล้วจะเกิดสี แล้วนำมาเทียบกับระดับผลในค่าต่างๆ ซึ่งผลคือ ปกติ ระดับโปรตีนในปัสสาวะ ถือว่าสำคัญเช่นกัน เพราะถ้าค่าไม่ปกติ อาจทำให้เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ

ได้รับสมุดบันทึกประวัติการตั้งครรภ์ ต้องพกและนำติดตัวไปเวลานัดกับหมอ หรือ Midwife หรือเวลาไปตรวจที่โรงพยาบาล พร้อมทั้งได้รับ เอกสารข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ต่างๆ

หลังจากได้พบ Midwife เริ่มรู้สึกอุ่นใจขึ้น ว่าได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ ที่ให้คำแนะนำ ให้เอกสารต่างๆ มาอ่านประกอบ มีการติดตาม ตรวจการตั้งครรภ์ของเรา เป็นระยะๆ จากนั้นก็เริ่มอ่านหนังสือ หาความรู้ สะสมมาเรื่อยๆ



สัปดาห์ที่ 11

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2009

เมื่อชื่อของเราถูกบันทึกว่าตั้งครรภ์ ไม่นานก็มีจดหมายมาให้เราไปรับการฉีดวัคซีน Swine Flu ซึ่งตอนนั้นระบาดอย่างหนัก คนท้องมีความเสี่ยงสูง และต้องระวังมากขึ้น เลยมีจดหมายให้ไปฉีด วันนี้ได้ฉีดมาแล้ว ปวดไหล่มากเลย หลังจากนั้นต้องไปฝึกขับรถต่อด้วย แต่ก็ไม่มีปัญหา

การที่ได้ไปฉีดวัคซีนครั้งนี้ ทำให้รู้สึกถึงข้อดี ของการได้รับการดูแลสุขภาพอย่างดีในประเทศอังกฤษ การแจ้งข่าว การติดตาม และเรียกตัวไปรับบริการดีมาก


สัปดาห์ที่ 12

...



Apple




Thursday, November 12, 2009

7-9 weeks (ฝากครรภ์ และ อาการแพ้)



Photobucket


ไตรมาสที่ 1


สัปดาห์ที่ 7

วันที่ 24 ตุลาคม 2009

หลังจากตรวจปัสสาวะและทราบผลว่า ตั้งครรภ์ ผ่านไปได้ 2 วัน อาการของคนท้องต่างๆ เริ่มประดังเข้ามาแล้วล่ะ และมีอาการปวดท้อง บริเวณท้องน้อย ซึ่งไม่เคยได้ยินว่าเป็นอาการของคนท้อง เริ่มศึกษาหาข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ทางอินเตอร์เน็ต เช็คว่าปวดท้องน้อย จะเป็นอะไรมั๊ย ความรู้สึกกังวลไปต่างๆ นานา ทราบว่าช่วงตั้งครรภ์แรกๆ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสแท้งได้สูง เมื่อรู้สึกมีอาการใดๆ ที่ไม่ใช่ มึนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ตามที่รู้ๆ กันว่าคนท้องจะต้องเป็น ก็เป็นกังวล แต่เมื่อยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีเลือดออก ก็ทำใจให้สบาย

วันที่ 27 ตุลาคม 2009

ไม่กี่วันที่ทราบว่าตั้งครรภ์ ก็ได้โทรเพื่อนัดพบกับคุณหมอ วันนี้เป็นวันนัด ไปตามนัด เราก็บอกหมอว่า ประจำเดือนขาดไป และได้ตรวจปัสสาวะทดสอบการตั้งครรภ์ ผล Positive คุณหมอก็ยิ้มและพูดแสดงความยินดี ก่อนหน้านี้ ประมาณ 4 เดือน เรากับสตีฟได้ไปพบหมอเพื่อขอคำแนะนำก่อนตั้งครรภ์ ตรวจสุขภาพ เริ่มทานโฟลิค ทำร่างกายให้แข็งแรง ทานอาหารที่มีประโยชน์

คุณหมอถามถึงวันที่ประจำเดือนวันแรกของครั้งล่าสุด ก็บอกว่า วันที่ 8 กันยายน 2009 คุณหมอก็หยิบแผ่นวงจรการตั้งครรภ์มาเช็คว่า เราท้องได้กี่สัปดาห์แล้ว ซึ่งผลก็คือ ประมาณ 7 สัปดาห์ !!!

ทำให้เราประหลาดใจมาก เพราะคิดว่าประจำเดือนขาดไปแค่ 2 สัปดาห์เองนะ ทำไมถึงท้องได้ 7 สัปดาห์แล้ว ความกังวลเริ่มมีมากขึ้น เนื่องจากคิดว่า ก่อนหน้านี้ไม่ได้ปฏิบัติตัวเป็นคนท้องเลย กลัวว่าช่วงที่ผ่านมาจะปฏิบัติตัวได้ไม่ดี แต่ก็ต้องคุมอาการไว้ และเริ่มถามข้อมูลต่างๆ กับหมอ

คุณหมอก็บอกว่า หลังจากนี้ ให้นัดกับ Midwife ซึ่งจะดูแลเรื่องการตั้งครรภ์ของเราไปตลอด และให้นัดตรวจเลือด

ส่วนเรื่องของอาการตั้งครรภ์ ก็มี ปวดหลัง เข้าห้องน้ำปัสสาวะบ่อย ทั้งตอนเช้าและตอนกลางคืนระหว่างการนอนด้วย เจ็บเต้านม แต่ไม่ค่อยอาเจียนเท่าไหร่แล้ว



สัปดาห์ที่ 8

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2009

อาการคลื่นไส้ อาเจียน เริ่มกลับมาอีก หลังจากหายไปหลายวัน แต่มีอาการไม่มาก คิดว่าน้อยกว่าคุณแม่ท่านอื่นๆ ที่เคยได้ยินมาว่า มีอาการแพ้ท้องกันหนักหนาสาหัส แต่สำหรับเราเล็กน้อย บางวันแทบจะไม่มีอาการ ด้วยเพราะความไม่เหมือนใคร ก็ทำให้กังวลอีก เพราะอ่านจากอินเตอร์เน็ตบอกว่า ถ้ามีอาการแพ้ จะทำให้โอกาสการแท้งน้อยลง เอาล่ะสิ เราไม่ค่อยแพ้เลย จะเป็นอะไรมั๊ยเนี่ย แต่ก็ต้องทำใจให้สบาย บอกตัวเองอย่างนั้น และปฏิบัติตัวให้ดี



สัปดาห์ที่ 9

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2009

วันนี้เริ่มรู้สึกอยากทานมากขึ้น หิวบ่อย แต่ก็ไม่ได้ทานอะไรมาก บวกกับอาการอยากทานอาหารไทย เพราะรู้ว่าจะได้ไปเที่ยวเมืองไทยเร็วๆ นี้ จองตั๋วไว้แล้วด้วยสิ ก่อนที่จะรู้ว่าท้อง ทำให้ต้องคิดเรื่้องการเดินทางช่วงตั้งครรภ์ และความกังวล การเตรียมตัวต่างๆ ต้องหาข้อมูลไว้แล้วล่ะ



Apple




Thursday, October 22, 2009

4-6 weeks (เริ่มแรกของการตั้งครรภ์)

Photobucket Photobucket Photobucket Photobucket


ไตรมาสที่ 1



สัปดาห์ที่ 4

วันที่ 6 ตุลาคม 2009

คาดว่าจะมีประจำเดือน ตามรอบเดือนปกติ 28 วัน แต่ก็ยังไม่มี คิดว่าประจำเดือนอาจจะมาล่าช้า ซึ่งช่วงที่ทานยาคุมนั้น จะมาตรงตามรอบเดือนตลอด แต่หลังจากหยุดทาน เดือนแรก เดือนที่ 2 ก็ยังมาปกติ แต่เดือนที่ 3 มาช้ากว่าปกติไปถึง 2 สัปดาห์ ก็คิดว่าอาจจะท้อง ไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจ แต่ผลก็คือ ไม่ท้อง ก็หงอยไปเหมือนกัน เพราะตั้งใจว่าอยากจะมี แต่อีกทางหนึ่งก็คิดว่า เพิ่งไม่กี่เดือนเองที่หยุดทานยาคุม ก็เลยไม่คิดมาก พอเดือนนี้ประจำเดือนมาช้าอีก ก็คาดว่าจะมาช้าเหมือนเดือนก่อน คราวนี้ไม่ได้ซื้อที่ตรวจ ไม่อยากผิดหวังซ้ำอีก รอให้ชัวร์กว่านี้ก่อน



สัปดาห์ที่ 5

วันที่ 10 ตุลาคม 2009

วันนี้เป็นวันเกิด ยังรู้สึกเฉยๆ กับประจำเดือนที่มาล่าช้า มีความสุขกับการฉลองวันเกิด ไปทานอาหารนอกบ้าน ทำตัวตามปกติ

วันที่ 13 ตุลาคม 2009

ผ่านไป 1 สัปดาห์แล้ว ประจำเดือนยังไม่มาอีก สตีฟก็เริ่มบอกให้ซื้อที่ตรวจมาตรวจ แต่เราก็ยังเฉยๆ เพราะเดือนก่อนมาช้าไปตั้ง 2 สัปดาห์นี่นา ถ้าอีกสัปดาห์ยังไม่มีประจำเดือน ก็จะซื้อมาตรวจ แต่ในใจตัวเองเริ่มมีความหวัง แถมมีคนช่วยลุ้นอยู่ข้างๆ อีกด้วย



สัปดาห์ที่ 6

วันที่ 20 ตุลาคม 2009

วันนี้รู้สึกแปลกๆ มีอาการคลื่นไส้ อยากอาเจียน มึนศีรษะตอนเช้า หลังจากตื่นนอน วันนี้ประจำเดือนขาดไป 15 วัน เริ่มรู้สึกว่าอาจจะมีหวังเรื่องลูกแล้วเดือนนี้ แต่ก็ยังไม่คิดจะตรวจปัสสาวะ

วันที่ 22 ตุลาคม 2009

วันนี้ไม่ตรวจไม่ได้แล้วล่ะ อยากรู้จัง สตีฟก็ซื้อที่ตรวจปัสสาวะมาให้เรียบร้อย เพราะเค้าเห็นอาการของเราอยู่ รู้ว่ามีอาการโอ๊กอ้ากตอนเช้า … ช่วงที่รอผล ลุ้นดีจัง ใจนึงแอบมีความหวัง ใจนึงก็คิดว่า ต้องเตรียมใจหงอยเหมือนเดือนก่อน

แต่ผลออกมาคือ …. ท้อง!!! แถบสีขึ้น 2 ขีด แบบเห็นได้อย่างชัดเจน

ดีใจมากจะมีลูกแล้ว เพื่อความแน่ใจ วันรุ่งขึ้นตรวจอีกครั้งหนึ่ง เพราะในกล่องที่ซื้อที่ตรวจจะมีที่ตรวจให้ 2 ชุด ผลที่ออกมาก็ย้ำความมั่นใจมากขึ้น สตีฟก็ดีใจกับเราด้วย แถมยังบอกอีกว่า บอกแล้วว่าให้ตรวจตั้งแต่แรก ต้องท้องแน่ๆ ^_^

แล้วหลังจากวันนี้ จะเป็นยังไงบ้างนะ รู้ว่ามีอีกหนึ่งชีวิตอยู่กับเรา ...

Photobucket


Apple





Sunday, September 27, 2009

เตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์





เมื่อหยุดทานยาคุมกำเนิด และ เริ่มทาน Folic acid แล้ว สิ่งสำคัญต่อมาในการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ ก็คือ การไปตรวจเลือด และตรวจความสมบูรณ์ของร่างกาย ว่าร่างกายพร้อมที่จะตั้งครรภ์หรือไม่ ซึ่งการตรวจเลือดควรตรวจทั้งของตัวคุณแม่ และ คุณพ่อ

เพื่อเป็นไปตามการวางแผนนั้น ก็ได้โทรเพื่อนัดคุณหมอที่ Surgery บอกวัตถุประสงค์ว่า ต้องการตรวจเช็คร่างกาย และตรวจเลือด เพื่อเตรียมพร้อมก่อนตั้งครรภ์ เมื่อได้วันนัดแล้ว ก็เตรียมตัวเพื่อจะไปตรวจ ระหว่างนั้นก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเองต้องดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง ก็ขอให้ได้ตรวจก่อนละกันจะได้รู้ว่าต้องดูแลรักษาตัวเองอย่างไร

เมื่อถึงวันนัดก็ได้ตรวจเลือดและเช็คประวัติ ว่าเราได้มีการฉีดวัคซีนใดๆ มาก่อนหรือไม่ โดยทั่วไปจะเป็นวัคซีนหัดเยอรมัน วัคซีนไวรัสตับอักเสบ แต่การจดจำ และจดบันทึกการฉีดวัคซีน หรือ ภูมิคุ้มกันต่างๆ ของเราไม่เพียงพอ คุณหมอก็เลยบอกว่า จะเอาผลเลือดไปตรวจดูให้ว่ามีภูมิคุ้มกันอะไรในตัวบ้างแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องทราบก่อนที่จะตั้งครรภ์ เพราะหากเกิดเป็นโรคระหว่างตั้งครรภ์แล้ว ก็คงจะเป็นอันตรายและต้องดูแลรักษากันลำบากมากขึ้น




หลังจากพบหมอและได้ตรวจเลือด อีกสัปดาห์ต่อมา ก็ทราบผล ผลคือ ค่าฮีโมโกลบินต่ำ และถือว่าต่ำมากด้วย คุณหมอเลยออกใบสั่งยาให้ทันที ตัวยาที่ต้องทานเพื่อเพิ่ม ระดับค่าฮีโมโกลบิน คือ Iron หรือ Ferrous Sulphate จากนั้นก็เริ่มทานมาเรื่อยๆ ช่วงแรกๆ ทานวันละ 2 เม็ด แต่หลังจากนั้น เมื่อรู้สึกดีขึ้น ก็ลดลงเหลือวันละ 1 เม็ด

จากผลเลือด ถ้าไม่ได้ไปตรวจก็ไม่ทราบเลยว่าตัวเองกำลังขาดธาตุเหล็กอยู่ แต่สังเกตได้ว่า มีอาการหน้ามืดบางครั้ง แต่ไม่บ่อย คิดว่า คงจะเพลียทั่วๆ ไป แล้วก็ผมร่วงอย่างมาก ซึ่งเข้าใจว่า ผมร่วงเป็นปกติ ทุกอย่างคิดเอาเองว่า คงเป็นไปตามปกติ แต่จริงๆ แล้ว มันไม่ปกติเลย ถ้าไม่คิดที่จะไปตรวจเลือด ก็คงไม่รู้ และอาจจะมีอาการรุนแรง จนตั้งตัวไม่ทัน

นอกจากการทานยา Ferrous Sulphate แล้ว อาหารโดยทั่วไป ก็สามารถช่วยเพิ่มธาตุเหล็กได้เช่นกัน คือ เนื้อแดง ผักใบเขียวต่างๆ ผลไม้แห้ง และ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับธาตุเหล็ก ควรดื่มน้ำส้ม หรือ เพิ่มวิตามินซี ไปด้วย ซึ่งจะทำงานควบคู่กัน ส่งผลดีต่อกัน จากอาหารดังกล่าว ทำให้ตัวเองนึกย้อนไปว่า ก่อนหน้านั้น เราคงทานอาหารที่ไม่เสริมธาตุเหล็กมากเท่าใดนัก ปกติจะทานเนื้อไก่ บ่อยกว่า เนื้อหมู หรือ เนื้อวัว และไม่ค่อยได้ทานไข่ เพราะกลัวโคเรสเตอรอล แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้ว ต้องดูแลตัวเองให้มากขึ้น เพื่อสุขภาพของตัวเอง และเพื่อความพร้อมที่จะมีลูกด้วย




ช่วงนี้เลยมียาที่ทานควบคู่กัน คือ Folic acid และ Ferrous Sulphate และ ดูแลเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย ทำจิตใจให้แจ่มใส คิดในด้านบวก และคอยตรวจเช็ครอบเดือนว่ามาตรงรึเปล่า ซึ่งปกติจะทำการบันทึกรอบเดือนเสมอ แต่ก่อนแต่งงานประจำเดือนจะมาล่าช้ากว่ากำหนดอยู่บ่อยๆ หลังแต่งงาน ช่วงที่ทานยาคุมกำเนิดประจำเดือนมา 28 วัน สม่ำเสมอดีมาก

วันที่ 8 กันยายน 2009 วันแรกของประจำเดือนที่มาครั้งสุดท้ายก่อนตั้งครรภ์ นับดูแล้ว ก็เป็นเวลา 3 เดือน หลังจากที่หยุดทานยาคุม



Apple