Friday, April 23, 2010

อาการข้างเคียงจากการตั้งครรภ์และวิธีแก้ไข

เมื่อตั้งครรภ์ถึงได้รู้ว่า อาการต่างๆ เกิดขึ้นมากมายกับร่างกายของว่าที่คุณแม่
ซึ่งแต่ละวัน แต่ละช่วงเวลา ไม่ได้ซ้ำกันเลย มีมาให้ได้แก้ไขกันอยู่ตลอดเวลา
สำหรับตัวเอง อาการแพ้ มีไม่มาก แต่ เรื่องการปวดเมื่อย เดินลำบาก หายใจไม่คล่อง
เรื่องผายลมก็บ่อย จนคนข้างๆ ชินซะแล้ว ^_^

เลยคิดว่าหาข้อมูลอาการต่างๆ เก็บไว้ศึกษาและเป็นประโยชน์กับตัวเอง ดีกว่า
เลยได้ข้อมูลต่างๆ นี้มา


Photobucket



ส่วนใหญ่แล้วว่าที่คุณแม่ทั้งหลาย มักไม่ค่อยมีปัญหาน่าหนักใจเกี่ยวกับการตั้งครรภ์นัก สามารถคลอดบุตรออกมาได้ทารกที่มีสุขภาพดี นอกจากจะมีอาการแพ้หรืออาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นตามปกติ เช่นอาเจียน คลื่นไส้ ปวดหลัง หรือแสบร้อนที่หน้าอก (Heartburn)

อาการดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อทารกในครรภ์แต่อย่างใด แต่อาการที่ว่านี้ผู้อื่นก็ไม่สามารถรู้สึกหรือเห็นได้ชัด จึงมักไม่ได้รับความสนใจหรือเห็นอกเห็นใจเท่าไหร่นัก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องอดทนกับอาการที่น่ารำคาญนี้ มีหลายวิธีที่จะช่วยให้คุณรู้สึกสบายขึ้น จากอาการดังกล่าวและสามารถมีความสุขได้ตลอดการตั้งครรภ์


ต่อไปนี้เป็นคำอธิบายว่าทำไมปัญหาของอาการข้างเคียงต่างๆ ที่รบกวนคุณในเวลาตั้งครรภ์จึงเกิดขึ้น และเสนอคำแนะนำในการแก้ปัญหาที่เหมาะสม

แต่ก่อนที่คุณจะเริ่มแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ระหว่างตั้งครรภ์นี้ด้วยตัวเอง คุณควรปรึกษา, ตรวจสอบกับหมอสูติประจำตัวคุณเสียก่อนเพื่อให้แน่ใจว่า ปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับการตั้งครรภ์ และยังไม่ต้องเข้ารับการรักษาอย่างเป็นทางการจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ


Photobucket



Photobucket อาการปวดท้อง (Abdominal Pain)

สาเหตุ:
เนื่องจากข้อต่อซึ่งรองรับมดลูกได้ยืดตัวออก คุณจึงประสบกับอาการปวดเมื่อยด้านข้างของท้อง

การแก้ไข:
พยายามนวดอย่างเบาๆ ในบริเวณที่ปวดด้วยฝ่ามือ โดยเคลื่อนไหวฝ่ามือช้าๆ และใส่กางเกง support ท้องที่เรียกว่ากางเกงพยุงครรภ์ จะสามารถช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้ แต่ถ้าคุณมีอาการปวดท้องมากขึ้นเรื่อยๆ คุณควรรีบปรึกษาแพทย์หรือหมอสูติประจำตัวโดยเร็ว


Photobucket อาการปวดหลัง (Backache)

สาเหตุ:
ข้อต่อกระดูกต่างๆ มีการหย่อนตัวมากขึ้น และการอยู่ในท่วงท่าที่ไม่เหมาะสม สามารถทำให้คุณมีอาการปวดหลังมากยิ่งขึ้น


การแก้ไข:
ปรับตัวให้อยู่ในท่าทางที่ถูกต้อง - ยืนตัวตรงๆ และใช้หมอนหนุนหลังเมื่อนั่ง และก้มลงเก็บของโดยให้หลังตรง คือยืนให้น้ำหนักลงที่เท้าทั้งสองข้าง ย่อตัวลงโดยงอข้อสะโพกและหัวเข่า พยายามรักษาระดับให้ใบหู หัวไหล่และสะโพกอยู่ในระดับเดียวกัน




Photobucket หายใจไม่สะดวก (Breathlessness)

สาเหตุ:
ฮอร์โมนทำให้กล้ามเนื้อหน้าอก หย่อนตัวลงและขยายหลอดลม เนื่องจากต้องผลิตเลือดให้ปอดมากขึ้น เมื่ออายุครรภ์เพิ่มขึ้น มดลูกขยายใหญ่ขึ้น มีผลไปดันกระบังลมส่งผลถึงปอด ทำให้หายใจไม่สะดวก


การแก้ไข:

หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ชุมชนแออัด พยายามหายใจช้าๆ และลึกๆ อย่าทำอะไรรีบร้อน




Photobucket Carpal Tunnel Syndrome

สาเหตุ:
มือ เท้ามีอาการชา เจ็บยิบๆ(tingling) หรือเจ็บฝ่ามือเนื่องจากระบบประสาทที่ข้อมือถูกกดทับ (มักจะมาจากอาการบวม)


การแก้ไข:
นวดฝ่ามือ, ขยับนิ้วมือขึ้นลง กางนิ้วมือทั้ง 5 กว้างๆ สัก 2-3 วินาทีแล้วหุบมือ หรือเวลากลางคืนลองนอนห้อยมือลงมาข้างเตียง นอกจากนั้นอาจขอวิตามิน B6 จากแพทย์




Photobucket ท้องผูก (Constipation)

สาเหตุ:
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ทำให้ลำไส้บีบตัวช้าลง มดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นกดทับลำไส้ใหญ ่ทำให้อุจจาระผ่านได้ลำบาก อุจจาระที่คั่งค้างอยู่นานจะถูกดูดซึมน้ำออกไปมาก เวลาถ่ายจะแข็งและถ่ายยาก รวมทั้งการทานวิตามิน ธาตุเหล็กอาจเป็นสาเหตุ


การแก้ไข:
รับประทานอาหารที่มี ีกากใยมากๆ (เช่น ผลไม้, สลัดผักสด), ดื่มน้ำวันละมากๆ, ดื่มน้ำลูกพรุน และเข้าห้องน้ำทันทีที่จำเป็น อย่ากลั้นไว้




Photobucket ตะคริว (Cramp)

สาเหตุ:
ตะคริวที่ขาหรือเท้าอาจเนื่องมาจากการหมุนเวียน ของเลือดลดประสิทธิภาพลง และการรับประทานอาหาร ไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายยามตั้งครรภ์ เช่น ขาดแคลเซียม (มีในนมสด), วิตามิน B รวม, โ ปตัสเซียม (กล้วย, พืชจำพวกถั่ว) หรือ เกลือ


การแก้ไข:
เมื่อคุณตื่นนอนให้งอนิ้วเท้าขึ้น หรือเพื่อให้การหมุนเวียนของเลือดดีขึ้น ลองใช้เท้าแต่ละข้างกลิ้งขวดเปล่าๆ ไปมา 20 ครั้งก่อนนอน รับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการครบทั้ง 5 หมู่




Photobucket หน้ามืดเป็นลม (Fainting)

สาเหตุ:
ฮอร์โมนยามตั้งครรภ์ทำ ให้หลอดเลือดหย่อนตัว ทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำ ซึ่งทำให้คุณรู้สึกอ่อนเพลีย หน้ามือเป็นลม และมดลูกของคุณต้องการเลือดเพิ่มขึ้น และจำนวนน้ำตาลในเลือดลดต่ำลงก็เป็นสาเหตุดังกล่าวได้


การแก้ไข:

คุณต้องรับประทานอาหารให้ครบทุกมื้อ และหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่คับแน่น ฟิตที่จะทำให้คุณร้อน พกพัดลมอันจิ๋วที่มีมอเตอร์ในตัวเอง หรือพัด หรือกระป๋องสเปรย์ฉีดน้ำ เพื่อช่วยคุณระบายความร้อน




Photobucket การผายลม (Flatulence)

สาเหตุ:
ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ทำให้กล้ามเนื้อหย่อนตัว ดังนั้นอาหาร และของเสียจึงไหลผ่านระบบย่อยอย่างเชื่องช้า และสร้างลมในกระเพาะให้เกิดขึ้น นอกจากนั้นการกลืนอากาศอย่างไม่ตั้งใจ เพื่อไล่อาการคลื่นไส้วิงเวียนหรือจุกแน่นหน้าอก ก็สามารถทำให้เกิดลมขึ้นได้ หรืออาจเป็นเพราะพวก alkaline food (เช่น นม) เกิดปฏิกริยากับกรดในกระเพาะ


การแก้ไข:

ควรรับประทานอาหารอย่างช้าๆ, หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก็สในกระเพาะอาหาร และดื่มชา peppermint หรือ chamomile




Photobucket Food Cravings (การอยากอาหารบางชนิดอย่างมาก)

สาเหตุ:
คุณและทารกที่กำลังเจริญเติบโตในครรภ์ ต้องการสารอาหารที่จำเป็นเพิ่มขึ้น เช่น แคลเซียม, วิตามิน C, หรือแร่เหล็ก (เนื้อแดง, ถั่ว, ผักโขม) และฮอร์โมนในร่างกายที่เปลี่ยนแปลงอาจ ทำให้คุณรู้สึกนึกถึงรสชาติของอาหารพวกนี้ รวมทั้งระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ก็สามารถทำให้เกิดความอยากรับประทานอาหารบางชนิดได้


การแก้ไข:

ควรรับประทานอาหารให้น้อย แต่บ่อยขึ้น รวมทั้งรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตมากๆ (ข้าว, มันฝรั่งอบ, ขนมปัง และพวกพาสตาต่างๆ), หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลมาก - ถ้าคุณอยากรับประทานอาหารแปลกๆ ให้ลองติดต่อกับนักโภชนาการ เพื่อสอบถามเมนูอาหารแปลกๆ




Photobucket เหงือกอักเสบ (Gum Problems)

สาเหตุ:
ฮอร์โมนในร่างกายที่เปลี่ยนแปลงทำให้เหงือกอ่อนนุ่มขึ้น ดังนั้นหากมีรอยขีดข่วนหรือเศษอาหารติดตามซอกฟัน ก็สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อและเหงือกอักเสบได้


การแก้ไข:

ใช้แปรงสีฟันชนิดขนแปรงนิ่มแปรงฟัน แล้วล้างปากด้วยน้ำยาบ้วนปากจะช่วยได้ หากต้องการใช้dental floss (ไหมขัดฟัน) ควรใช้อย่างเบามือ นอกจากนั้นคุณควรพบทันตแพทย์เพื่อ เช็คสุขภาพปากและฟันในช่วงนี้




Photobucket ปวดศีรษะ (Headaches)

สาเหตุ:
ฮอร์โมน, อาการขาดน้ำกระทันหัน (Dehydration), ความอ่อนเพลีย, ความหิว, เยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ, หรือภาวะความเครียด ล้วนเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้


การแก้ไข:

นวดต้นคอด้านข้าง เริ่มจากฐานของกะโหลกศีรษะ หรือขอให้คู่ของคุณนวดใบหน้า, ลำคอ และไหล่ อาจทำให้รู้สึกดีขึ้น พยายามรับประทานอาหารอย่างสม่ำเสมอครบทุกมื้อ ดื่มน้ำบ่อยๆระหว่างอาหารแต่ละมื้อ




Photobucket Haemorrhoids (Piles) ริดสีดวงทวาร

สาเหตุ:
การกดทับของมดลูกทำให้เลือดเดินไม่สะดวก หลอดเลือดจึงบวม เป็นผลทำให้ทวารหนักเกิดอาการบวมเจ็บ, คัน เวลาถ่ายจึงทำให้บาดและระคายเคืองยิ่งขึ้นเมื่อท้องผูก


การแก้ไข:

กรุณาดูคำแนะนำสำหรับ "อาการท้องผูก" และพยายามรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ มีประโยชน์สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ซึ่งรวมอาหารที่มีวิตามิน B6 (ไก่), วิตามิน C (ผักสด, ผลไม้สด), และวิตามิน E (ไข่, ทูน่า, บรอคโคลี่) แต่ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกร ก่อนที่คุณจะรับประทานวิตามินเสริมเอง




Photobucket Itching and Rashes (อาการคันและผื่นแดง)

สาเหตุ:
อาการคันตามเนื้อตัว เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน, ผิวหนังแห้ง, การยืดตัวของผิวหนังในระยะปลายของการตั้งครรภ์, หรือเกิดจากความร้อนในร่างกาย หรือความอ่อนเพลีย หากคุณรู้สึกว่าเป็นมากจนผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ เนื่องจากอาจบ่งบอกอาการ obstetric cholestasis (อาการผิดปกติของตับซึ่งเกิดได้ยาก) ส่วน Rashes อาจลุกลามได้ในพื้นที่ชื้น หรือ อาจเกิดจากอาการแพ้อาหาบางชนิด, สบู่ หรือแม้แต่ผงซักฟอก


การแก้ไข:

ดื่มน้ำสะอาดมากๆใช้shower gel (แชมพูอาบน้ำ) แทนสบู่ซึ่งทำให้ผิวแห้ง หรือลองใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของวิตามิน E หรือลองทาคาลาไมน์ หรือเบบี้โลชั่นที่เย็นๆ และใส่เสื้อผ้าที่ทำด้วยคอตตอน




Photobucket อาการคัดจมูก (Nasal Congestion)

สาเหตุ:
ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดมีมูกมาก และนำไปสู่การคัดจมูก


การแก้ไข:

สั่งจมูกเบาๆ อย่างนุ่มนวล หยดน้ำมันยูคาลิปตัส 2 หยดลงในชามใส่น้ำอุ่น แล้วสูดดม หรือทาครีมวาสลีนเล็กน้อยในจมูกจะช่วยได้ในสภาพแวดล้อมที่แห้ง




Photobucket คลื่นไส้ อาเจียน

สาเหตุ:
ฮอร์โมนที่หลั่งในช่วงตั้งครรภ์ HCG (และภายหลังคือ Estrogen และ Progesterone) อาจเป็นสาเหตุ


การแก้ไข:

พยายามทำอะไรช้าๆ อย่ารีบเร่ง ทานอาหารให้น้อยแต่บ่อยๆ ที่อยู่ท้อง ลองทานของหวาน, ขิง (เช่นขนมปังขิง, น้ำขิง หรือในรูปแบบใดก็ได้) ดื่มน้ำสะอาด หรือรสซ่า หรือพวกหวานเย็น วางขนมปังกรอบ พวกบิสกิตไว้ใกล้มือข้างเตียง เพื่อทานในตอนเช้า 20 นาทีก่อนลุกขึ้นจากเตียง




Photobucket เหงื่อออกในตอนกลางคืน (Night Sweat)

สาเหตุ:
การเพิ่มปริมาณของเลือดในร่างกาย ทำใหหลอดเลือดขยายตัวและทำให้ร่างกายร้อน


การแก้ไข:

ใส่เสื้อผ้าที่ทำจากคอตตอน เวลานอนให้เปิดแอร์, หรือพัดลม หรือแม้แต่วางสเปรย์ฉีดน้ำไว้ใกล้เตียง รับประทานอาหารที่มีโปตัสเซียมสูง เช่นผักสด, ถั่ว, ผลไม้แห้ง - ลูกพรุน




Photobucket ปวดบริเวณกระดูกเชิงกราน (Pelvic Pain)

สาเหตุ:
อาการปวดเกิดจากข้อต่อกระดูกซึ่งหย่อนตัวลง เตรียมพร้อมสำหรับการคลอด ส่วนอาการเจ็บแปลบๆ อาจเป็นเพราะทารกในครรภ์ดิ้นไปชนกระเพาะปัสสาวะที่เต็ม ของคุณ


การแก้ไข:

หาผ้าห่มหรือถุงนอนมาปูใต้ผ้าปูที่นอน ถ้าเตียงของคุณแข็งเกินไป แล้วนอนตะแคงข้าง กอดหมอนข้างหรือวางหมอนนิ่มๆ ระหว่างเข่าและใต้ท้องของคุณ เวลาก้าวขึ้นเตียงนอน ให้งอเข่าก้าวขึ้นเตียงแล้วค่อยๆ เอนกลิ้งลงนอนอย่างช้าๆ ควรจะปัสสาวะให้บ่อยๆ เพื่อระบายกระเพาะปัสสาวะให้ว่างเสมอ




Photobucket อาการเจ็บที่กระดูกใต้อก (Rib Pain)

สาเหตุ:
อาการเจ็บแปลบๆ ใต้อกด้านใดด้านหนึ่ง เพราะการขยายตัวใหญ่ขึ้นของมดลูกไปกดทับกระดูก


การแก้ไข:

ซื้อบราที่ได้ขนาดพอดีกับทรวงอกที่ขยายขึ้น (ควรวัดให้ทราบขนาดที่ถูกต้อง) ถ้าบราของคุณคับไปแต่ขนาดของ cup พอดี การเพิ่มผ้าและตะขออาจเป็นประโยชน์ขึ้น ควรนั่งหลังตรงเพื่อให้กระดูกใต้อกของคุณมีเนื้อที่ขึ้น หรือนั่งกับพื้นชูแขนขึ้นเหนือศีรษะ แล้วขอให้คู่ของคุณช่วยดึงแขนแต่ละข้างขึ้นอย่างช้าๆ อย่างเบามือ




Photobucket Sciatica

สาเหตุ:
อาการปวดตั้งแต่ก้นลงมาจนถึงขา หรือเจ็บแปลบขาข้างหนึ่งข้างใด เป็นเพราะลูกในท้องกดทับเส้นประสาท


การแก้ไข:

นั่งพักและหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหว ซึ่งจะไปกระตุ้นให้เกิดอาการเจ็บแปลบอีก (นอนพักจะช่วยได้) ลองบีบนวดอย่างเบาๆ แล้วปล่อยมือ แล้วบีบนวดใหม่ที่ก้น หรือเอามือจับพนักเก้าอี้แล้วแกว่งขาไปมาด้านข้าง (ห่าง 45 องศา) หลายๆ ครั้งทุกวัน ถ้ายังไม่ดีขึ้นหรือมีอาการปวดมากเพิ่มขึ้น คุณควรรีบปรึกษาแพทย์




Photobucket นอนไม่หลับ

สาเหตุ:
อาจเกิดจากความกังวลใจเล็กๆ น้อยๆ, ความไม่สบายใจทั่วๆ ไป, หูไวต่อเสียงรบกวน และการต้องลุกไปเข้าห้องน้ำในตอนกลางคืน


การแก้ไข:

พยายามเดินออกกำลังกายเบาๆ ทุกวัน, อาบน้ำอุ่น และดื่มเครื่องดื่มผสมนมก่อนนอน, ฟังดนตรีเบาๆจากเครื่องเสียง หรืออกกำลังกายเบาๆ เพื่อให้รางกายได้ผ่อนคลาย หลีกเลี่ยงการทำให้ร่างกายเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าในตอนกลางวัน




Photobucket กลั้นปัสสาวะไม่อยู่เวลาจามหรือไอ

สาเหตุ:
เลือดไหลเวียนไปยังไต ทำให้ร่างกายผลิตปัสสาวะเพิ่มขึ้น และกล้ามเนื้อบริเวณ pelvic floor ย่อหย่อน (พื้นที่โดยรอบด้านหน้าและหลังของทวารหนัก) ทำให้กระเพาะปัสสาวะทำหน้าที่ควบคุมได้ไม่ดีนัก


การแก้ไข:

ดื่มน้ำหรือของเหลวมากๆ และปัสสาวะบ่อยๆ พยายามขมิบปากช่องคลอดก่อนไอ เพื่อทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นกระชับ ให้ฝึกขมิบแล้วปล่อยประมาณ 50 ครั้งต่อวัน (ครั้งละ 10 หน)




Photobucket เส้นคล้ำที่หน้าท้อง (Stretchmarks)

สาเหตุ:
เส้นคล้ำๆ หรือรอยดำๆ เกิดขึ้นเนื่องจากผิวหนังเกิดการตึง แต่จะค่อยๆ จางหายไปหลังจากการคลอด ทั้งนี้เกิดจากระดับของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) และความยืดหยุ่นของผิวหนัง และการที่น้ำหนักตัวขึ้นอย่างกระทันหัน


การแก้ไข:

พยายามให้น้ำหนักตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทาออยล์, ครีมบำรุงผิว เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ยืดหยุ่น แต่ไม่สามารถป้องกันหรือกำจัดรอยนี้ได้




Photobucket ข้อเท้าบวม (Swelling Ankles)

สาเหตุ:
ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) เปลี่ยนระดับความคงที่ของโปตัสเซียมโซเดียม และเซลล์ในร่างกายดูดซับของเหลวไว้ ปริมาณของเลือดเพิ่มขึ้น และน้ำหนักของทารกกดทับหลอดเลือดใหญ่


การแก้ไข:
ยกเท้าให้สูงเท่าที่จะทำได้ นอนตะแคงข้างเพื่อลดการถูกกดทับของเส้นเลือดใหญ่ หลีกเลี่ยงการใส่ถุงเท้าหรือถุงน่องรัดๆ ใส่รองเท้าที่สวมสบาย น้ำลึกๆ อาจช่วยลดอาการบวมได้




Photobucket Thrush

สาเหตุ:
ปวดแสบปวดร้อนที่บริเวณช่องคลอดและมีเมือกขาวๆออกมาด้วย ทั้งนี้ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) เป็นตัวการทำให้เกิด thrush ได้ง่ายในระหว่างที่ตั้งครรภ์


การแก้ไข:

ใส่กางเกงในที่ทำจากคอตตอน หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำ (เพราะมีเคมีคอลในสระน้ำ) และพวกเครื่องอาบน้ำที่ใส่น้ำหอมกลิ่นต่างๆ ทำความสะอาดบริเวณช่องคลอดด้วยน้ำเย็น หรือใช้ฝักบัวรดเบาๆ เช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลัง แพทย์อาจแนะนำครีมหรือ pessaries, รับประทานโยเกิร์ตขวดเล็กๆ ทุกวันเพื่อควบคุมแบคทีเรียในระบบย่อยอาหาร ถ้าหากเมือกออกมาก, มีสี หรือมีกลิ่น ถือว่าผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยเร็ว



Photobucket อาการอ่อนเพลีย

สาเหตุ:
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในตอนต้นของการตั้งครรภ์, น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นในเวลาต่อมา, การทำงานหนักมากเกินไป รวมทั้งความเครียด เหล่านี้เป็นสาเหตุทำให้เกิดความอ่อนเพลียเมื่อยล้า


การแก้ไข:

รับฟังร่างกายของคุณ อย่าให้ร่างกายหักโหมเกินไป หากคุณโดยสารรถประจำทาง - ขอที่นั่งจากผู้โดยสารอื่น อย่ายืนเมื่อคุณสามารถนั่งได้ ยกเท้าขึ้นในช่วงพักเที่ยง (ถ้าคุณอยู่ในที่ทำงาน) ทานอาหารกลางวันและอาหารค่ำทุกมื้อ และถ้าเป็นไปได้ควรงีบในตอนบ่าย เข้านอนแต่หัวค่ำ




Photobucket Vaginal Discharge

สาเหตุ:
เกิดจากฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นทำให้มีอาการตกขาว ซึ่งมักจะเป็นในเดือนหลังๆ แต่ไม่มีผลร้ายต่อร่างกายแต่อย่างใด แต่ถ้ามีมากหรือมีสี มีกลิ่นถือว่าผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว


การแก้ไข:

ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่น 2 ครั้งต่อวัน หลีกเลี่ยงเครื่องอาบน้ำที่ผสมน้ำหอม และเปลี่ยนมาใช้ชุดชั้นในที่ทำจากคอตตอน อาจใช้ผ้าอนามัยชนิดบางเพื่อซึมซับ หลีกเลี่ยงการใส่กางเกงในคับๆ ยีนส์ หรือ leotards (กางเกงใส่เต้นแอโรบิค) คับๆ




Photobucket เส้นเลือดขอด (Vericose Veins)

สาเหตุ:
เส้นเลือดสีน้ำเงินม่วงที่ขอดๆ บนขา (หรือเรียกว่า Vulva) เกิดจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง, ปริมาณของเลือดที่เพิ่มขึ้น, การไหลเวียนของเลือดที่ขาไม่สะดวก, และการพองตัวของเส้นเลือดดำ


การแก้ไข:

รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รวมทั้งวิตามิน C มากๆ, เดินยืดเส้นยืดสาย หรือออกกำลังกายเบาๆ ที่ขา อาจช่วยให้เลือดหมุนเวียนดีขึ้น ใส่เสื้อผ้าหลวมๆ ใส่กางเกงพยุงครรภ์ และหลีกเลี่ยงการยืนเป็นเวลานานๆ




Photobucket หลักปฏิบัติเพื่อลดอาการอึดอัดขณะตั้งครรภ์

คุณควรเอาใจใส่กับท่านั่ง ท่ายืน รับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ถูกสุขอนามัย และพักผ่อนให้เพียงพอ
ถ้าคุณไม่แน่ใจอาการที่คุณเป็นอยู่ ว่ามีความสำคัญหรือไม่ เพียงใด ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ ถ้านี่เป็นการตั้งครรภ์ครั้งแรกของคุณ ควรซักถามข้อสงสัย เกี่ยวกับอาการแพ้หรืออาการข้างเคียงให้มากที่สุดจากแพทย์ เฉพาะทาง เพื่อที่คุณจะได้ทำความคุ้นเคย และได้รับความรู้ว่าการตั้งครรภ์นั้น จะต้องรู้สึกและมีอาการอย่างไรบ้าง


Photobucket


ถ้าคุณมีอาการดังกล่าวต่อไปนี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

การไปพบหมอบ่อยๆ นั้นเป็นการดีกว่าการไม่ไปพบหมอเลย ถึงแม้คุณจะคิดว่า หากไปพบหมอแล้วจะไม่พบปัญหาใดๆ นั่นเป็นการดีสำหรับคุณ แต่ถ้าหากมีปัญหาขึ้นมา การแก้ไขหรือการรักษาจะง่ายขึ้น ถ้าคุณหมอพบปัญหาตั้งแต่แรก

อาการปวดท้องหรือเป็นตะคริว ซึ่งเพิ่มความปวดขึ้นเรื่อยๆ
หรือมีอาการปวดมากกว่า 24 ชั่วโมง

มีเลือดออกจากช่องคลอด, อุณหภูมิในร่างกายสูงผิดปกติ
มีไข้สูง อาเจียนอย่างต่อเนื่อง
ปวดศีรษะอย่างรุนแรง ทานยาแล้วไม่หาย หรือสายตาพร่ามัว
หน้าบวม มือ เท้าบวมจนไม่สามารถสวมรองเท้าได้
อาการอื่นที่คุณวิตกกังวล
ทำความรู้จักฮอร์โมนในระหว่างตั้งครรภ์สักเล็กน้อย


ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงในร่างกายระหว่างการตั้งครรภ์ และอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นกับคุณนั้น เป็นไปเพื่อทำหน้าที่ให้เกิดประโยชน์ที่ดี เช่น อาการแพ้ยามตั้งครรภ์มีส่วนมาจากผลของระดับ HCG (Human Chrionic Gonadotrophin) เพิ่มขึ้นซึ่งผลิตโดยรก (Placenta) ที่กำลังเจริญเติบโต เมื่อรกได้รับฮอร์โมนชนิดนี้แล้วในเวลา 12 อาทิตย์ ระดับฮอร์โมน HCG จะลดลง ดังนั้นอาการคลื่นไส้มักจะหายไปภายใน 16 อาทิตย์

ข้อต่อกระดูก ต่างๆ มีการหย่อนตัวมากขึ้นเพื่อให้ร่างกายคลอดบุตรได้ง่ายขึ้น แต่นั่นทำให้คุณเกิดอาการแสบร้อนที่หน้าอก (Heartburn) และปวดหลัง ส่วนฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) จะช่วยให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นเช่น มดลูก ทั้งนี้เพื่อปกป้องทารกในครรภ์ให้ปลอดภัยจากการแข็งตัวของมดลูก แต่ฮอร์โมนนี้มีผลทำให้คุณเกิดการท้องผูก นอกจากนั้น 2-3 วันก่อนคลอดฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะลดลง และทำให้การแข็งตัวของมดลูกรุนแรงขึ้น และคุณอาจจจะมีอาการท้องเสีย

ฉะนั้น เป็นสิ่งสำคัญมากที่คุณควรไปพบหมอที่ฝากครรภ์ตามนัดทุกครั้ง เพื่อหมอจะได้พิจารณาว่า อาการข้างเคียงใดที่เป็นปัญหาควรได้รับการรักษา เช่นอาการบวมเป็นต้น อาจจะมีสาเหตุมาจากอากาศร้อน แต่ถ้าความดันโลหิตของคุณขึ้นสูง และมีปริมาณโปรตีนในปัสสาวะ นั่นอาจเป็นสาเหตุเบื้องต้นของโรคครรภ์เป็นพิษ (Pre-eclampsia) ซึ่งคุณจะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์


ที่มา http://www.thaiparents.com/


Lilypie Pregnancy tickers


Apple




Tuesday, April 20, 2010

My belly: 32 weeks and 2 days


สัปดาห์ที่ 32 แล้ว มาถึงตอนนี้ทำให้รู้สึกว่า เวลาเดินอย่างรวดเร็วเหลือเกิน
เพิ่งรู้สึกว่าตัวเองท้องมาได้ไม่กี่เดือนเอง อาจเป็นเพราะว่า ในแต่ละสัปดาห์ที่ผ่านไป
มีอะไรเกิดขึ้นมากมาย มีความรู้สึกที่แตกต่างกันไปในแต่ละสัปดาห์ที่เปลี่ยนแปลง

บางคนบอกว่า พยายามเก็บความรู้สึกและรายละเอียดต่างๆ ในช่วงตั้งครรภ์นี้ไว้
อีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะได้เห็นหน้าลูก พุงก็จะค่อยๆ หายไป
อาการต่างๆ ที่เกิดระหว่างตั้งครรภ์ก็จะหายไป เปลี่ยนเป็นความรู้สึกของแม่เต็มตัว


ยังไงก็ตามสำหรับเรา มีความสุข และมีความหวังกับการตั้งครรภ์ครั้งนี้ทุกๆ วัน เริ่มตั้งแต่รู้ว่าท้อง



ดูรูปพุงว่าที่คุณแม่คนนี้ กันเลยดีกว่า ^_^


Photobucket


ตอนนี้น้ำหนักเปิ้ล ขึ้นมา 66 กิโล แล้วล่ะ เป้าหมายเหลืออีก 2 กิโล สงสัยเกินแน่
กะให้อยู่ประมาณ 68 กิโล เพิ่มขึ้นจากก่อนท้อง 12 กิโล


Photobucket Photobucket


พุงกลมเป็นแตงโมเลยเนาะ ...



Photobucket


สัปดาห์ที่ 32 ก็ได้ไปตรวจอัลตราซาวน์มาอีกครั้ง เจ้าหน้าที่สแกนก็บอกว่า ลูกเริ่มกลับตัวแล้วนะ
เริ่มจะเอนหัวลงแล้วล่ะ ลูกอยู่ในตำแหน่งที่ดี ลูกแข็งแรง



Photobucket




Lilypie Pregnancy tickers


Apple

Monday, April 19, 2010

32 weeks ลูกเริ่มกลับตัวแล้ว

Photobucket Photobucket Photobucket Photobucket


สวัสดีค่ะ ^_^

สบายกันดีรึเปล่าจ๊ะ สงกรานต์เป็นยังไงบ้าง ได้ข่าวว่าที่เมืองไทยอากาศร้อนมาก
เกือบ 40 องศา เลยใช่ป่าว

ทางนี้ฝนตกค่ะ ไม่ได้บรรยากาศสงกรานต์เลย มีแต่ฝากให้คนอื่นเล่นน้ำเผื่อ
พ่อกับแม่เปิ้ลไปต่างจัดหวัด ตั้งแต่ก่อนสงกรานต์ คงจะกลับประมาณปลายเดือน
หนีสถานการณ์ชุมนุมร้อนๆ ที่กรุงเทพด้วย ที่อังกฤษก็ออกข่าวทางเมืองไทย ดังเลย
ตอนนี้ เห็นมีประกาศฉุกเฉินด้วยใช่ป่าว ห้ามชุมนุมเกิน 5 คนนะ

ไม่ได้มาเม้าท์ด้วยนานเลย เปิ้ลสบายดี วันนี้ไปอัลตราซาวน์มาค่ะ
สัปดาห์ที่ 32 อีก 2 เดือน ก็ถึงกำหนดคลอดแล้ว ตอนนี้เดินไม่ค่อยไหว
พุงเริ่มห้อย เดินแล้วก็รู้สึกหนักๆ ท้อง ไม่คล่องเลย ไม่น่าเชื่อว่าย่างเข้าสัปดาห์นี้
แล้วจะรู้สึกหนักขนาดนี้ ไม่รู้ว่าพี่เจี๊ยบเป็นยังไงบ้าง หนักพุงเหมือนกันมั๊ย


++ ภาพ Scan ยิ่งหลายสัปดาห์ ภาพยิ่งไม่ค่อยชัดเลยนิ ++
ตัวใหญ่คับพุงแล้ว

Photobucket

หมอที่อัลตราซาวน์บอกว่าลูกเริ่มกลับตัว จะเอาหัวลงแล้ว ยัง
ไม่ถึงกับเป็นแนวดิ่ง แต่เอียงหน่อยๆ ใกล้คลอดแล้วคงจะดิ่งตรงมากขึ้น เราก็
ขอให้ลูกอยู่ในท่าที่ปกติ แล้วไม่หนักมาก จะได้คลอดเองได้

เค้ากะน้ำหนักลูก ตอนนี้ 5 ปอนด์ (โดยทั่วไปจะประมาณ 4 ปอนด์) ซึ่งหนัก
เอาการเลย ไม่รู้เค้ากะระยะผิดรึเปล่า เพราะใช้เทียบมาจากขนาดของพุงลูก
ส่วนโคนขาก็ยาวซะเกินค่าเฉลี่ยเลย สำหรับส่วนอื่น ลูกแข็งแรงดีค่ะ
ระดับน้ำคร่ำปกติ สายสะดือปกติ


ตอนแรก คุยกับสตีฟว่า จะทำ 4D Ultrasound scan แต่พอไปสอบถาม เจ้าหน้าที่
บอกว่า จะทำ 4D scan ได้ดีต้องอยู่ช่วง 25-30 สัปดาห์ เราผ่านมาแล้ว เลยอดทำเลย
แล้วที่สำคัญมันแพงมาก 200 ปอนด์ แน่ะ (10,000 บาท) แต่การทำ 4D มันเห็นรายละเอียด
ได้ดีมาก เป็นภาพ 3 มิติ จะเห็นลูกหาว ลูกยิ้ม ได้เลย มือ เท้า นี่ก็ชัดเจน แล้วจะ
ได้เป็น DVD เป็นของตัวเอง เหมือนการบันทึกภาพเคลื่อนไหวของเราๆ เลย แต่ว่า
เป็นในท้องแม่ สตีฟแซวว่า ยังไงรอทำตอนลูกคนต่อไปละกัน ^_^

ที่เมืองไทยก็ทำ 4D Scan หลายโรงพยาบาลแล้วเหมือนกัน คิดว่าอนาคตเค้าคงจะ
ลดราคาลง หรือไม่ก็ผลิตเครื่อง 4D มาใช้แบบไม่ต้องจ่ายตังค์แพงๆ เลยก็เป็นได้



Lilypie Pregnancy tickers

Apple


Friday, April 16, 2010

ความรู้โดยรวมเกี่ยวกับการตั้งครรภ์


Photobucket


เมื่อทราบว่าัตัวเองตั้งครรภ์ ก็เริ่มค้ืนคว้าหาข้อมูลในการปฏิบ้ติสำหรับคนท้อง
เริ่มตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ต้นๆ ไปจนถึงคลอด เมื่อมีข้อมูลมากๆ เข้า
จึงเห็นว่าควรจะรวบรวมข้อมูลสรุปของตัวเองไว้
ประสบการณ์ของคุณแม่แต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน อันนี้จากประสบการณ์ตัวเองล้วนๆ ค่ะ ^_^



Photobucket ก่อนตั้งครรภ์

- เตรียมพร้อมร่างกายให้แข็งแรง
- ทำจิตใจให้เบิกบาน แจ่มใส ไม่เครียด
- ตรวจร่างกาย ความสมบูรณ์ของเลือด
- รักษาโรคต่างๆ ที่เป็นอยู่ให้หาย หรือให้ไม่มีปัญหากับการตั้งครรภ์
- ฉีดวัคซีน
- พาคู่สมรสไปตรวจสุขภาพด้วย
- ทาน Folic Acid ก่อนการตั้งครรภ์ อย่างน้อย 3 เดือน
และ ทานต่อเนื่องตลอดการตั้งครรภ์จนถึง 12 สัปดาห์
- หากขาดธาตุเหล็ก ทาน Ferrous Sulphate



Photobucket เมื่อทราบว่าตั้งครรภ์

- ฝากครรภ์กับแพทย์ ไม่ควรเกิน สัปดาห์ที่ 8
(หลังจากประจำเดือนคลาดไป 2 สัปดาห์)
- บันทึกวันแรกของประจำเดือนที่มาครั้งล่าสุด
- แพทย์จะทำการคำนวณอายุครรภ์ และกำหนดคลอด
- ทำการนัดหมายกับ Midwife
- งดเว้นยาทุกประเภท หากต้องทาน ปรึกษาแพทย์
- แจ้งข่าวให้กับคนใกล้ชิดทราบ (หลังจากผ่านการ Scan)



Photobucket Trimesters

- First trimester: 0-13 สัปดาห์
- Second trimester: 14-26 สัปดาห์
- Third trimester: 27-40 สัปดาห์



Photobucket พบ Midwife

- จะได้รับเอกสาร Maternity Record หรือบันทึกประวัติคุณแม่
- คู่มือสำหรับการตั้งครรภ์ ความรู้ทั่วไปสำหรับคุณแม่
- ตรวจเลือด ปัสสาวะ ความดัน ชั่งน้ำหนัก
- นัดหมายและไปตามนัก ในแต่ละรอบเวลา
- พบ Midwife ครั้งที่1 Week10
- พบ Midwife ครั้งที่2 Week17 ได้ฟังเสียงการเต้นของทารกในครรภ์ครั้งแรก
- พบ Midwife ครั้งที่3 Week28



Photobucket ตรวจอัลตราซาวน์

- สัปดาห์ที่ 12 ตรวจความสมบูรณ์ของทารกในครรภ์
ตรวจหาโอกาส Down’s Syndrome ตรวจเลือด ชั่งน้ำหนัก

- สัปดาห์ที่ 20 ตรวจพัฒนาการของทารกในครรภ์
จะทราบว่ารกมีปัญหาอยู่ต่ำหรือไม่

- สัปดาห์ที่ 32 อัลตราซาวน์ว่ารกขยับขึ้นสูงในระดับปลอดภัย
และเด็กในครรภ์กลับตัว เพื่อเตรียมคลอดรึยัง




Photobucket อาการแพ้

- คลื่นไส้ อาเจียน มึนศรีษะ ง่วงนอนบ่อย ปวดท้องน้อย ปวดหลัง
- ปัสสาวะบ่อยทั้งตอนเ้ช้า และกลางคืน อาเจียนบ่อยตอนเช้า
- การขับถ่าย อาจมีอาการริดสีดวง ควรขับถ่ายให้เป็นเวลา
- เมื่อผ่านช่วงที่มีอาการแพ้ จะเริ่มรู้สึกว่าการเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่สะดวกมากขึ้น



Photobucket อาหาร

- ทานอาหารครบ 5 หมู่ (คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ผัก ผลไม้ นม ไขมัน)
- ดื่มนม วันละประมาณ 2-4 แก้ว
- ดื่มน้ำ วันละประมาณ 6-8 แก้ว
- เพิ่มปริมาณโปรตีน เนื้อสัตว์ให้มาก
- ลดปริมาณน้ำตาล ไขมัน เกลือ อาหารเค็ม
- ทานปลา เสริม Omega3 สัปดาห์ละ 2-3 มื้อ (แซลมอน ซาดีน mackerel)
- เพิ่มปริมาณ ผัก และ ผลไม้
- หลีกเลี่ยง ชา กาแฟ
- งดเว้น ถั่วลิสง ในกรณีที่ครอบครัวแพ้ถั่วลิสง
- ร่างกายต้องการวิตามิน A 700mg/day แต่หลีกเลี่ยง ตับ
- ไม่ทานอาหารที่ปรุงไม่สุก
- ทานมื้อละน้อยๆ แต่บ่อยๆ



Photobucket แหล่งสารอาหาร

Folic Acid
- Brussels sprouts, spinach, asparagus, spring greens, broccoli, beetroot,
- blackberries, raspberries, satsumas, brown rice, peanuts,
- sesame seeds, bread, breakfast cereals

Retinol:

- ไข่ โยเกิร์ต ชีสต์ นม
แคโรทีน และ โปร-วิตามิน:
- แครอท มะม่วง ผลไม้แห้ง

Iron

- เนื้อสัตว์ ปลา สัตว์ปีก
- น้ำผลไม้ วิตามิน C
- หลีกเลี่ยง การดื่มชา
- ผักใบเขียว ถั่ว ถั่วลันเตา บลอกโคลี ผลไม้แห้ง เช่น พรุน ลูกเกต
- ซีเรียล

แคลเซียม

- นม น้ำเต้าหู้ โยเกิร์ต ชีส ปลากระป๋อง ขนมปัง อัลมอนล์ งา

สังกะสี

- ถั่ว ปลาซาดีน ชีส ไข่ นม

วิตามิน B2

- อัลมอนล์ ซีเรียล ไข่ ชีส เนื้อสัตว์ เห็ด



Photobucket รู้สึกการขยับของทารก

- สัปดาห์ที่ 16 รู้สึกได้ แต่รู้สึกภายใน ไม่ชัดเจนนัก
- สัปดาห์ที่ 20 รู้สึกการขยับชัดเจน สัมผัสที่หน้าท้องได้ แต่ยังไม่บ่อยมาก
- หลังจากนั้น จะรู้สึกถึงการดิ้นอย่างชัดเจน
และยิ่งช่วงที่เด็กในครรภ์ได้ยินเสียงจากภายนอก ยิ่งดิ้นมาก




Photobucket ตรวจสุขภาพฟัน

- ได้รับสิทธิการตรวจสุขภาพฟันฟรี
- หลังจาก 3 เดือน อาจมีอาการเหงือกบวม มีเลือดออก
- ดูแลสุขภาพฟันเป็นพิเศษ เพราะแบคทีเรียในช่องปาก อาจมีผลกับครรภ์ได้



Photobucket การปฏิบัติตัว

- ไม่ยกของหนัก
- ไม่ทำงานหนักจนเกินไป เมื่อรู้สึกเหนื่อยให้พัก อย่าฝืนร่างกาย
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
- ทานน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง
- ออกกำลังกาย แต่อย่าหักโหม
- ทำจิตใจให้แจ่มใส เบิกบาน ไม่กังวล
- ใส่เสื้อผ้าให้สบาย ไม่รัด ให้หลวมๆ
- เปลี่ยนไซด์เสื้อผ้า เมื่อเริ่มรู้สึกอึดอัด
- ใส่รองเท้าไม่มีส้น



Photobucket น้ำหนัก และขนาดพุง

- น้ำหนักโดยรวมก่อนคลอด ควรเพิ่มประมาณ 10-15 กิโลกรัม
- ช่วง 3 เดือนแรก อาจจะเพิ่มไม่มาก เพราะอาจมีอาการแพ้
แต่ 3 เดือนหลัง จะเพิ่มเดือนละ 2 กิโลกรัม




Photobucket การเสริมพัฒนาการของทารกในครรภ์

- การสัมผัส ให้ลูบพุงเป็นวงกลม จะวนด้านไหนก่อนก็ได้
- การพูดคุย ลูกจะสามารถจดจำน้ำเสียงของแม่ได้
- อ่านหนังสือ เล่านิทาน
- เปิดเพลงคลาสสิค หรือ เพลงที่ชอบ
- นั่งเก้าอี้โยก เพิ่มพัฒนาการการทรงตัวของลูกได้


Photobucket การนอน

- ครรภ์อ่อนๆ สามารถนอนหงายได้
- ครรภ์ใหญ่ขึ้น นอนตะแคง เพราะนอนหงาย จะทำให้หายใจไม่สะดวก
- มีหมอนหนุนหลัง ระหว่างขา รองรับท้อง



Photobucket Antenatal class

- เมื่อตั้งครรภ์ได้ ประมาณ 7-8 เดือน แต่ต้องจองก่อนแต่เนิ่น
- เรียนรู้เกี่ยวกับการบรรเทาอาการปวด ตอนใกล้คลอด
- เทคนิคการคลอด การหายใจ
- การผ่อนคลาย ไม่เครียด ไม่กังวล
- ทางอ้อม คือ ได้เพื่อน และได้แลกประสบการณ์กัน


Photobucket การเดินทางไกล หรือ ต้องเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

- ให้หยุดพักระหว่างทาง ไม่ควรเดินติดต่อกันนานเกินไป
- ใส่ใจเรื่องความสะอาดของอาหาร
- พยายามไม่ให้ถูกแดดมาก
- ใส่ถุงเท้าป้องกัน DVT เมื่อนั่งรถ หรือเครื่องบินเป็นเวลานานๆ
- ดื่มน้ำมากๆ
- ใส่เสื้อผ้าหลวมๆ
- ลุกเดิน ขยับ บ่อยๆ
- เตรียมอาหารว่าง ในยามหิว


Photobucket เตรียมตัวคลอด

- ควรเตรียมกระเป๋าเพื่อเตรียมคลอด ล่วงหน้ากำหนดคลอด ประมาณ 1 เดือน
- เตรียมของทั้งของคุณแม่ และคุณลูก แยกกระเป๋ากัน




Apple


Lilypie Pregnancy tickers