Wednesday, March 31, 2010

My belly: 29 weeks



สวัสดีจ้า ^_^

สบายกันดีรึเปล่า หวังว่าเพื่อนๆ และ ครอบครัว สบายดีกันนะ เปิ้ล สตีฟ สบายดีจ๊ะ
ไม่ได้มาเม้าท์ด้วยนานเลย วันนี้เอารูปพุงมา update จ้า

29 สัปดาห์ แล้วนะ

ตอนนี้น้ำหนัก 64.3 กิโล ขึ้นมาได้ 8 กิโล แล้ว เหลือเป้าหมายอีก 4 กิโล ภายใน 2 เดือน
ไปหา Midwife เค้าวัดขนาดพุง ประมาณ 29 ซม. เกือบเกินลิมิต


Photobucket

Photobucket



Photobucket


ส่วนเรื่องเข้าคอร์สคุณแม่ Midwife บอกให้เลื่อนไปอีกคอร์สนึง เดือนพฤษภา จะได้เจอ
เพื่อนที่ท้องรุ่นๆ เดียวกัน คลอดใกล้ๆ กัน ก็คงพฤษภาแหละ

เรื่องสอบขับรถภาคปฏิบัติ จองวันสอบไว้นะ เดือนเมษาไม่มีวันเหลือเลย ต้องเป็นปลาย
พฤษภาโน่นแน่ะ ยังคิดอยู่ว่าจะสอบได้เหรอเรา จากนั้นอีก 10 กว่าวันก็จะคลอดแล้ว ถ้าไหว
แต่ไปเจอให้ทำ Emergency Stop ล่ะก็ เสียวแน่ เพราะคงไม่ดีสำหรับตัวคุณแม่ แล้วก็ลูก
ในท้อง ตอนนี้พุงก็เริ่มจะเบียดๆ กับพวงมาลัยแล้วล่ะ 55 ใจคิดว่า คงไม่ไปสอบ จะขอ
cancel ได้ตังค์คืน แล้วค่อยไปสอบหลังคลอด แต่เลี้ยงลูกแล้วจะมีเวลาไปสอบมั๊ยเนี่ยเรา …



Photobucket



อาทิตย์ก่อนก็ได้เริ่มซื้อของเตรียมคลอด แล้วก็เตรียมให้ลูก แต่ยังได้ไม่กี่อย่างหรอก
เดือนหน้าคงจะเตรียมจริงจัง แล้วต้องเตรียมกระเป๋าไปคลอดไว้ล่วงหน้าด้วย

ตอนนี้ที่มีอยู่ก็มี Cot / Crib (เปลนอน) มีแบบถาวร แล้วก็แบบ Travel cot, car seat, ที่อาบน้ำ
มี 2 แบบ, Bumbo baby seat, baby carrier, ที่นั่งเล่น นอนเล่น แบบมีโมบาย

ส่วนรถเข็นยังไม่ได้ซื้อ พวกเสื้อผ้า มีผ้าอ้อมแบบซักได้ ส่วนผ้าอ้อมสำเร็จรูป มีบัตรลดอยู่
ยังไม่ได้ซื้อ แล้วก็มี changing bag พวกกระเป๋าใส่ของให้ลูก เวลาออกนอกบ้าน แต่ยัง
ไม่ได้เตรียมเหมือนกัน



ของใช้เด็ก ที่มีอยู่


Cot / Crib และ Travel Cot

Photobucket Photobucket



car seat

Photobucket Photobucket



Baby carrier

PhotobucketPhotobucket



Bumbo baby seat

Photobucket Photobucket



Photobucket


Baby bath เวลาอาบก็วางในอ่างอาบน้ำ

Photobucket

Photobucket Photobucket


ที่นั่งเล่น นอนเล่น

Photobucket Photobucket

ยังขาดอีก 108 ประการ ของเด็กเยอะจริงๆ เลยเนาะ ไม่รู้ว่า แม่ๆ ทางโน้น ตอนคลอด
ลูก หรือลูกเล็กๆ มีของใช้อะไรที่ต้องเตรียมกันบ้าง เมืองไทยเมืองร้อน เห็นเสื้อเด็กเล็ก
บางทีก็ผ้าบางๆ เนาะ ที่นี่ ต้องใส่แบบชุดหมี คลุมมือ คลุมเท้า แต่เด็กเล็กๆ ก็ชอบอุ่นๆ ใช่ป่าว

มีคำถามค้างคาใจอยู่ว่า เวลาเปลี่ยนผ้าอ้อม ต้องมีเบาะรอง เค้าใช้อะไรกันน่ะ
แล้วพวกอุปกรณ์ให้นม กะว่าแรกๆ จะให้นมแม่ ยังไม่ได้ซื้อพวกขวดนม แต่เด็กเล็ก ต้องกิน

อะไรบ้าง นอกจากนมแม่ ต้องให้อะไรเพิ่มรึเปล่า ??

ถ้ายังไงขอคำแนะนำ คุณแม่ ที่มีประสบการณ์ด้วยนะจ๊ะ หรือ สำหรับเพื่อนๆ ที่เคยเลี้ยง
เด็กเล็ก ก็แนะนำมาได้จ๊ะ ^_^

เปิ้ลจ๊ะ


Lilypie Pregnancy tickers

Friday, March 19, 2010

27 weeks (เตรียมรายการซื้อของใช้ให้ลูก)



ไตรมาสที่ 3



Photobucket สัปดาห์ที่ 27

วันที่ 13 มีนาคม 2010

เข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์แล้วล่ะ อีก 3 เดือน ข้างหน้า จะเป็นยังไงบ้างนะ การคลอดจะเป็นยังไง ต้องเตรียมอะไรบ้าง ตอนนี้ก็ต้องมาเริ่มคิดเรื่องนี้แล้วล่ะ มันเป็นสเต็บของมันจริงๆ แรกๆ จะอ่านเรื่องอาหาร การดูแลสุขภาพ ตื่นเต้นกับท้องที่เริ่มขยาย พอไตรมาสที่ 2 ก็ตื่นเต้น กับการดูอัลตราซาวน์ พุงที่ใหญ่ขึ้น น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของคนที่กำลังจะเป็นแม่ ส่วนไตรมาสสุดท้ายนี้ ก็เริ่มคิดถึงการคลอดมากขึ้น ความตื่นเต้น ที่จะได้เห็นหน้าลูก ได้เลี้ยงลูก

ส่วนการขยับของลูกในท้อง ก็ชัดเจนมากยิ่งขึ้น บางวันเห็นพุงกระเพื่อมเลยก็มี ว่าที่คุณพ่อก็รู้สึกได้เช่นกัน ตอนนี้ไม่ต้องลังเลแล้ว เพราะลูกถีบแต่ละครั้งรุนแรง ไม่ต้องใช้มือสัมผัสที่พุงก็เห็นพุงกระเพื่อมแล้ว ยิ่งตอนที่ทานอาหารอิ่มใหม่ๆ ยิ่งดิ้นบ่อยมาก


วันที่ 16 มีนาคม 2010

วันนี้เริ่ม Print รายการที่ต้องเตรียมตัวไปคลอดที่โรงพยาบาล และรายการที่ต้องเตรียมให้ลูกตอนช่วงคลอด และหลังจากคลอดแล้วด้วย มีรายการบางอย่างที่ซื้อไว้บ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ซื้ออะไรไว้มาก คิดว่าประมาณปลายเมษาจะเริ่มซื้อ เริ่มเตรียมอย่างจริงจัง กระเป๋าไปคลอดต้องเตรียมล่วงหน้า 1 เดือน เผื่อฉุกเฉินหรือคลอดก่อนกำหนด

Photobucket

Photobucket


เข้าช่วงเปลี่ยนฤดู ตอนนี้เริ่มตากผ้านอกบ้านได้แล้ว อากาศก็อุ่นขึ้น ได้ทำงานบ้านเยอะขึ้น ใส่แขนสั้นอยู่บ้านได้แล้ว กะว่าจะทำความสะอาดห้องต่างๆ ตู้ในครัว ห้องครัว ทั่วๆ ไป ในบ้านให้เรียบร้อยตอนที่ยังทำได้ หลังคลอดแล้วจะได้ไม่ต้องห่วงบ้านมาก ทำนิดหน่อยเหนื่อยก็พักแล้วก็ทำต่อ ทำแล้วก็เพลินดี ได้ออกกำลังกายไปในตัว เดินเยอะๆ ก็ดีจะได้คลอดง่ายๆ เหมือนที่คนทั่วไปเค้าว่ากัน แต่จริงๆ ก็เพื่อการออกกำลังกาย จะได้แข็งแรงทั้งแม่และลูก แต่ก็ไม่ลืมเรื่องดูแลอาหาร ต้องทานให้ครบ ให้ได้ทั้งปริมาณทั้งคุณค่า

ไตรมาสนี้น้ำหนักจะขึ้นมาเยอะ แต่เป็นไงไม่รู้ อยากทานของหวานมาก อดใจไม่ไหว เปิดตู้แช่ เอาไอศครีมมากิน ช่วงท้องใหม่ๆ อยากกินเปรี้ยวมาก แต่ตอนนี้กลับอยากหวานซะแล้ว แต่ก็ไม่ควรทานเยอะ พยายามเตือนตัวเอง แต่ผัก ผลไม้ ก็ไม่ได้ขาดเช่นกัน



น่ากินทั้งนั้นเลย ^_^





Apple




Wednesday, March 10, 2010

26 weeks (หวั่นใจในการเดินทางกลับอังกฤษ)


Photobucket

ไตรมาสที่ 2


Photobucket สัปดาห์ที่ 26

วันที่ 5 มีนาคม 2010

Bye Bye ... Thailand

สัปดาห์สุดท้ายของไตรมาสที่ 2 แล้ว แล้วก็ได้เวลากลับอังกฤษด้วยเช่นกัน เนื่องจากทางสายการบินโทรมาบอกว่า มีที่นั่งว่างสำหรับ flight ที่อยากกลับพร้อมสตีฟ ใจนึงก็ดีใจที่มีเพื่อนกลับด้วย ไม่ต้องกลับคนเดียว อีกใจนึงก็ยังไม่อยากกลับ เพิ่งมาเที่ยวเมืองไทยได้ไม่เท่าไหร่เอง เพื่อนก็ยังไม่ได้ไปเจอให้ครบเลย อาหารไทยที่อยากทานก็ยังทานได้ไม่หมด แต่ก็เลือกที่จะกลับ เพราะก็ห่วงสุขภาพตัวเองแล้วก็ลูกเวลาเดินทาง เวลายกกระเป๋าหรือลากกระเป๋าก็คงลำบาก แล้วพ่อกับแม่ก็จะได้สบายใจ ไม่ต้องห่วงเวลาเดินทางคนเดียวด้วย

แต่คืนที่เดินทาง ตอน check in เจ้าหน้าที่คงเห็นพุงเราใหญ่ เพราะคืนนั้นใส่เสื้อผ้า แล้วคิดว่าตัวเองพุงใหญ่อยู่เหมือนกัน ก้มันปิดไม่ได้แล้วล่ะ เจ้าหน้าที่ก็ถามเรื่องท้องอยู่นาน ถามหาใบรับรองว่าเราท้องกี่เดือนแล้ว เราก็มีเอกสารรับรองจาก Midwife ทางนี้ไปแสดงว่าเราเดินทางได้ (โดยทั่วไป ถ้าท้องไม่เกิน 7 เดือน ก็ยังเดินทางได้อยู่) เจ้าหน้าที่ก็ถามว่าเป็นใบรับรองจากที่ไหน เพราะไม่ใช่จากเมืองไทย เราก็บอกว่าจากอังกฤษ ตอนนี้จะเดินทางกลับอังกฤษ ตอนแรกเข้าใจว่า เจ้าหน้าที่คงคิดว่าเราจะไปเที่ยวต่างประเทศ แล้วกลับมาเมืองไทยอีก

พอเข้าใจกันแล้ว ก็มีเอกสารให้เราเซ็นต์รับรองเรื่องการท้องของเรา แล้วก็ขึ้นเครื่องได้ ยังกลัวเลยว่าจะได้คลอดที่เมืองไทยรึเปล่าเนี่ย ถ้าไม่ยอมให้เราขึ้นเครื่องกลับ ก็เพราะที่เค้าเป็นห่วง และก็ไม่อยากให้เราคลอด หรือเป็นอันตรายบนเครื่องบิน

แต่การเดินทางก็เรียบร้อยดี ลูกดิ้นบ่อยมาก ดีใจที่ลูกดิ้นเป็นปกติ ถ้านิ่งไปนานๆ ก็กังวลอยู่

Photobucket


Apple






Monday, March 01, 2010

24-25 weeks (โชว์พุงที่เมืองไทย)


Photobucket

ไตรมาสที่ 2


Photobucket สัปดาห์ที่ 24

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2010

เตรียมออกเดินทางไปสนามบินแต่เช้า ตื่นประมาณตี 3 นอนได้ไม่กี่ชั่วโมงเอง แท๊กซี่มารับไปสนามบิน ต้องไปถึงสนามบินล่วงหน้าเวลาเครื่องออก อย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง

ตอน check in ก็ต้องไปลงข้อมูลที่เครื่องที่อยู่หน้าเคาท์เตอร์ให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยเอากระเป๋าไปเช็คที่เคาท์เตอร์เจ้าหน้าที่ ซึ่งทำกับเครื่องก็ไม่ได้สะดวกเลย เพราะต้องทำเอง กว่าจะได้ตั๋วก็ใช้เวลา แถมที่นั่งได้ไม่ติดกันอีก ก็เลยต้องมาแจ้งที่เคาท์เตอร์ check in ให้เค้าเปลี่ยนที่นั่งให้ติดกัน แต่ก็ลืมขอเค้าให้ขอที่นั่งด้านหน้า ที่ยืดขาได้ สตีฟก็บอกแต่ว่าขอติดทางเดิน ก็เลยไม่ได้ที่นั่งด้านหน้า แต่ก็ไม่เป็นไร ติดริมทางเดินก็ลุกบ่อยๆ

อีกอย่างเจ้าหน้าที่ก็คงไม่สังเกตว่าเราท้องด้วย เคาท์เตอร์สูงบังพุงมิดเลย เสื้อผ้าที่เราใส่ก็หลวมๆ ปิดสนิท เลยไม่โดนถามหาใบรับรองแพทย์ด้วย ส่วนน้ำหนักกระเป๋า 2 คน รวมกัน ไม่เกิน 40 กิโล ค่อยยังชั่ว เพราะห่วงมากเรื่องน้ำหนักกระเป๋า ไม่อยากให้เกิน ไม่อยากเสียเงินเพิ่ม แล้วเป็นปัญหาตอนไปรับกระเป๋าอีก


Photobucket


นั่งบนเครื่องบินหลายชั่วโมง พยายามดื่มน้ำบ่อยๆ เข้าห้องน้ำบ่อยๆ จะได้ถือโอกาส ขยับแข้ง ขยับขา เพราะปกติตอนไม่ท้อง ไม่ค่อยลุกเดินเท่าไหร่ แล้วก็ชอบนั่งริมหน้าต่าง แต่ท้องแล้วก็ต้องดูแลตัวเองมากขึ้น ถุงเท้าคนท้องที่ใส่ขึ้นเครื่องก็เตรียมใส่แล้วเรียบร้อย ช่วยการไหลเวียนดี เวลาที่เรานั่งนานๆ


อาหารก็ทานได้ทุกอย่าง ทานได้หมดด้วย ไม่เหลือ ทานเผื่อลูก ^_^ ลูกก็ดิ้นบ่อย บางครั้งท้องก็แข็งเลย ยังคิดว่าลูกจะเป็นอะไรรึเปล่า เดินทางนานๆ จะสบายมั๊ย เรื่องเวลาเครื่องบิน ขึ้น ลง จะเป็นอะไรรึเปล่า แต่ก็เดินทางไปได้ด้วยดี


วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2010

ถึงเมืองไทย ประมาณ 7-8 โมงเช้า นั่งรถแท๊กซี่กลับบ้านเอง พ่อกับแม่ไม่ได้มารับที่สนามบินเหมือนทุกครั้งที่กลับบ้าน คราวนี้สตีฟเดินทางไปด้วย มีเพื่อนก็ไม่ห่วงอะไร มีคนช่วยลากกระเป๋าตอนเราท้องด้วย ถึงบ้านทั้งๆ ที่ง่วงนอน แต่ก็ไม่อยากนอนซะงั้น แต่ก็ต้องนอน เพื่อให้ได้พัก ร่างกายจะได้ปรับตัวได้ ลูกก็จะได้พักด้วย คิดว่าคงจะใช้เวลาหลายวันทีเดียวกว่าจะปรับตัว ปรับเวลา ได้


Photobucket


ไปเมืองไทย ก็ได้ไปติดต่อทำธุระกับทางราชการ เหมือนเช่นเคย เพราะพ่อจะเตรียมรายการไว้พร้อม เพื่อเวลาที่เรากลับไปจะได้ไปจัดการให้เรียบร้อย ทำบัตรประชาชน ได้แบบ Smart card แล้ว แล้วก็ไปทำใบขับขี่ Smart card อีกเช่นกัน ติดต่อทางธนาคาร ปีนี้ที่กลับไม่ต้องทำอะไรมาก เหมือนปีที่แล้ว เพราะปีที่แล้ว ต้องทำเรื่องภาษี หลังจากออกจากงานด้วย หลังจากนี้ ก็คงไม่มีเรื่องมากมายแล้ว นอกจากเรื่องประกันสังคม ที่ยังคงเป็นสมาชิกอยู่




กลางๆ สัปดาห์ ก็ได้เข้าไปเจอเพื่อนๆ ที่บริษัทเก่า ดีใจที่ได้เจอทุกคนอีกครั้ง ตอนเย็นเพื่อนๆ พี่ๆ ก็พาไปทานอาหารที่ร้าน ส้มตำ ไก่ย่าง อาหารไทย คิดถึงมาก เพื่อนๆ ก็ยังเหมือนเดิม ทุกๆ คนบอกว่าเราขาวขึ้น มาอยู่อังกฤษได้เกือบ 2 ปี แล้วสีผิวเริ่มเปลี่ยนไป เป็นเพราะอากาศหนาว ไม่มีแดดมาแผดเผาผิวเหมือนที่เมืองไทย กลับไปคราวนี้ รู้สึกเมืองไทยร้อนขึ้นไปอีก ยิ่งท้องด้วยแล้วจะรู้สึกร้อนขึ้นกว่าปกติ


Photobucket สัปดาห์ที่ 25

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2010

ช่วงที่ไปเที่ยวเมืองไทย ก็ได้มีโอกาสได้ไปร่วมงานแต่งของเพื่อนสนิทกัน เป็นทั้งพี่และเพื่อนในคราวเดียวกัน ก่อนที่จะมาอยู่อังกฤษ เราก็ไปไหนต่อไหนด้วยกัน ตอนบ่ายมีพิธีแต่งแบบคริสต์ แล้วก็ต่อด้วยงานเลี้ยงตอนค่ำ กินกันอิ่มอีกแล้ว พุงใหญ่ๆ ก็ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก วันนั้นพ่อกับแม่ไปร่วมงานด้วย ^_^


Photobucket



วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2010


หลังจากวันงานแต่ง อีกวันก็ไปสังสรรค์กับเพื่อน กินตลอดทั้งวันอีกเหมือนกัน คราวนี้อิ่มทั้งแม่และลูกจริงๆ


ใกล้ๆ กันจะเป็นวัด ได้ไปทำบุญ ไหว้พระ ให้อาหารปลา
เป็นบรรยากาศริมแม่น้ำ ดีจังเลย



Photobucket





วันที่ 1 มีนาคม 2010


Photobucket


การเดินทางยังไม่สิ้นสุด จากนั้นก็เดินทางไปเยี่ยมยายที่พิษณุโลก แต่ละวันก็เดินทางเที่ยวตลอด กินตลอด มีความสุขดี คิดว่าลูกก็คงมีความสุข สนุกไปกับเราด้วย แต่อากาศก็ร้อนมากเช่นกัน

ชั่งน้ำหนัก สัปดาห์นี้หนัก 63 กิโลกรัมแล้วล่ะ (ขึ้นมา 7 กิโลกรัมแล้ว) พุงก็ใหญ่ขึ้นด้วย เดินก็ลำบากขึ้น เวลานอนจะขยับตัวก็ลำบาก ตะแคงซ้ายที ขวาที เวลาเปลี่ยนข้าง ก็ต้องพยุงพุงไปด้วย ไม่สะดวกเลยจริงๆ บางคืนก็อยากนอนหงาย แต่ทำไม่ได้แล้วล่ะ


Apple